นางธณพร ตันติยานนท์ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน เปิดเผยว่า นับจากวันแรก
ที่ให้บริการเมื่อต้นเดือนธันวาคม 2548 สยามพารากอน คือหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญที่ขับเคลื่อนและผลักดันให้เกิดการพัฒนาและความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของประเทศ มีบทบาทในการขับเคลื่อนหลากหลายทุกอุตสาหกรรมหลัก โดยให้การสนับสนุนเป็นสื่อกลางเชื่อมโยงภาครัฐ เอกชน และประชาชน ในทุกด้าน ด้วยวิสัยทัศน์และความร่วมมือของสองผู้นำแห่งวงการรีเทลไทย ได้แก่ กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ และกลุ่มเดอะมอลล์ กรุ๊ป ความร่วมมืออันแข็งแกร่งของทั้งสององค์กรเป็นรากฐานสำคัญที่ผลักดันให้สยามพารากอนก้าวสู่หมุดหมายแห่งความสำเร็ขของวงการค้าปลีกทั้งในประเทศไทยและเวทีนานาชาติ จนกลายเป็น Global Landmark Destination ที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา สยามพารากอนครองความเป็นที่ 1 ในใจนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เป็น
“The Pride of Bangkok” หรือความภาคภูมิใจของกรุงเทพมหานคร ที่เปิดต้อนรับลูกค้าทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกกว่า 100 ล้านคนต่อปี เป็นผู้บุกเบิกประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมาย และสร้างปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทย ทั้งการนำเสนอร้านค้าแบรนด์ดังเป็นครั้งแรกในไทยที่มีมาอย่างต่อเนื่อง และมหกรรมอีเว้นท์ยิ่งใหญ่ระดับโลก

สำหรับการก้าวสู่ปีที่ 21 สยามพารากอน จึงเดินหน้าขับเคลื่อนวิสัยทัศน์“Paragon of Extraordinary Worlds” ที่จะมอบประสบการณ์เหนือความคาดหมายให้กับลูกค้าครอบคลุมทุกมิติผ่าน 4 แกนหลัก ได้แก่
1.PARAGON OF IMMERSIVE LUXURY สยามพารากอน ได้มอบสุนทรียะแห่งความหรูหราที่เข้าถึงได้ เปรียบเสมือนดินแดนที่รวบรวมเมซงระดับโลก งานสร้างสรรค์เหนือกาลเวลา และ สุนทรียะแห่งนวัตกรรมเพื่อการใช้ชีวิตของยุคสมัย ให้คุณสัมผัสจิตวิญญาณแห่งงานประณีตศิลป์อย่างใกล้ชิด ทั้งยังได้รับการยอมรับในตลาดลักซ์ชัวรีโลก โดยมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุด 70% ในตลาด Luxury Retail ในประเทศไทย และมีรายได้ต่อตารางเมตรสูงสุดในประเทศไทย ถือเป็นแพลตฟอร์มสร้างยอดขายสูงสุดในภูมิภาคและบางแบรนด์ติดอันดับสูงสุดของโลก
2.PARAGON OF SENSORY INDULGENCES ปรากฏการณ์แห่งรสสัมผัสอันประณีต รังสรรค์ทุกศิลปะแห่งรสชาติ เพื่อยกระดับประสบการณ์ให้ดื่มด่ำและรื่นรมย์ยิ่งขึ้น ผ่านรสชาติ กลิ่น เสียง และบรรยากาศที่ผสานกันอย่างละเมียดละไม โดยมีแม็กเน็ตสำคัญที่จะเสริมให้สยามพารากอน ยังคงครองความเป็นที่หนึ่งในใจของลูกค้าทั้งชาวไทยและจากทั่วโลก นั่นคือ Siam Paragon Dining Phenomenon รวบรวม 700 ร้านอาหาร ร้านขนมและเครื่องดื่มชื่อดัง รวม kiosk ทั้งจากต่างประเทศและในประเทศ Chef Table ร้าน Michelin Stars และร้านที่แจ้งเกิดครั้งแรกในประเทศไทย

3.PARAGON OF VISIONARY FUTURE สร้างสรรค์ Co-create ปรากฏการณ์ใหม่ๆ เพื่อมอบประสบการณ์แปลกใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเสนอพื้นที่ของนักสร้างสรรค์ ถ่ายทอดแนวคิดใหม่ นวัตกรรมแถวหน้า และประสบการณ์ที่ยกระดับวิถีชีวิต พร้อมขับเคลื่อนความก้าวหน้าด้านความมั่งคั่ง สุขภาวะ และความยั่งยืน
NEXTOPIA เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคต บนพื้นที่กว่า 15,000 ตร.ม. ด้วยเงินลงทุน 850 ล้านบาท จากการผนึกกำลัง Co-create ของ 50 องค์กรนวัตกรรม พันธมิตร คู่ค้า และ 30 คอมมูนิตี้ของ Friends of NEXTOPIA ที่จะเปิดรับพลังจากทุกภาคส่วนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างโลกที่ดีกว่า สร้างแรงบันดาลใจให้ทุกก้าวของชีวิตเต็มไปด้วยคุณค่าที่สามารถส่งมอบให้ผู้อื่น ความสนุกและความบันเทิง ควบคู่ไปกับการใช้ชีวิตที่มีคุณภาพและยั่งยืน
4.PARAGON OF EXTRAORDINARY EXPERIENCE เวทีแห่งประสบการณ์ที่โลกจับตา ศูนย์รวมศิลปะร่วมสมัย แสงสี และวัฒนธรรมจากทั่วโลกยกระดับทุกช่วงเวลาให้กลายเป็นปรากฏการณ์อันยิ่งใหญ่ ที่สะกดทุกความรู้สึกด้วยพลังแห่งความตระการตา ครอบคลุมทุกพื้นที่ได้แก่ SEALIFE Bangkok หนึ่งในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บนพื้นที่ 10,500 ตร.ม. นับเป็น Attraction อันทรงพลังที่ดึงดูดผู้เข้าชมไม่ต่ำกว่าปีละ 2.5 ล้านคน , MELAND World-Leading Indoor Theme Park สวนสนุกในร่มสุดล้ำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกและเป็นแฟล็กชิปโกลบอลแลนด์มาร์คนอกประเทศจีนแห่งแรกในประเทศไทย ที่ชั้น 5 สยามพารากอน

นอกจากนี้สยามพารากอนยังยกระดับและ Refresh การให้บริการเหนือระดับแบบครบวงจร(Comprehensive Service Transformation) ผ่านการใช้ Data และ AI เพื่อมอบบริการแบบ Hyper-Personalized และ World-Class Service for All พร้อมเปิดตัวโลโก้ และยูนิฟอร์มยูนิฟอร์มใหม่ ของศูนย์ฯ และห้างฯ เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ความเป็น Global Landmark Destination อย่างเต็มภาคภูมิ
และในปีนี้ สยามพารากอนฉลองครบรอบ 20 ปีสุดยิ่งใหญ่ภายใต้แนวคิด “A Journey of Extraordinary Dreams” ผนึกกำลังทั้ง ศูนย์ฯ และห้างฯ มอบประสบการณ์เหนือระดับกับกิจกรรมสุดพิเศษ ระหว่างวันที่ 29-30 พ.ย. 2568 เนรมิตทุกตารางเมตร ตั้งแต่ชั้น B ถึงชั้น 5 ทุกชั้นทุกแผนกให้เป็นอาณาจักรแห่งความสุข หรรษา และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่กลุ่มลูกค้าครอบคลุมทุกเป้าหมาย อาทิ
กลุ่มลักซ์ชัวรี่ สัมผัสประสบการณ์สุดลักซ์ชัวรี่จากกว่า 40 แบรนด์ดังระดับโลก มอบเป็นของขวัญแก่ลูกค้าคนสำคัญ พร้อมสิทธิพิเศษแห่งการช้อป, สินค้าคอลเลคชั่นใหม่, เวิร์คช้อป, กิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ และของที่ระลึกในโอกาสแห่งการเฉลิมฉลอง 20 ปี สายแฟชั่นและบิวตี้ สนุกไปกับโซน Extraordinary ME Studio ที่ถ่ายทอดเรื่องราวสุดพิเศษจากเซเลบริตี้ผ่านหลากหลายโมเมนต์สุดประทับใจ และถ่ายภาพสไตล์แฟชั่นกับ VOGUE Magazine ที่ชั้น M พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ ส่วนลดสูงสุด 20% จากร้านค้าแฟชั่น และไฮไลท์สำหรับสายบิวตี้



