เรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจยังไม่ได้ข้อสรุปว่า ฝ่ายค้านจะยื่นจริงหรือไม่ หากยื่นญัตติแล้วเมื่อประธานสภาบรรจุระเบียบวาระก็ต้องเดินหน้าอภิปรายยุบสภา สำหรับรัฐบาลหนูไม่ว่าจะอยู่ครบวาระ (ที่กำหนดใน MOA) หรือยุบสภาหนีอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ต้องเปิดตัว “แคนดิเดตนายกฯ” สำรอง เพื่อพร้อมลงสนามเลือกตั้ง

“นายกฯ หนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ให้สัมภาษณ์ถึงแคนดิเดตนายกฯ ของภูมิใจไทย ว่า ได้เลือก “รมต.เอก” เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง และ “รมต.แต๋ม” ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ด้วยเหตุผลคือ “พวกท่านก็ทำงานดี ขยันขันแข็ง เข้าใจงาน ส่วนในทางการเมืองจะขายได้หรือไม่นั้น เราไม่ได้เอามาขาย เราเอาเขามาทำงาน”

นายกฯ หนู ยังชมว่า รมต.แต๋มเหมาะเป็นแคนดิเดตนายกฯ ด้วย “สมัยก่อนภูมิใจไทยเป็นพรรคเล็กไม่เป็นไร มีผมคนเดียวแต่ตอนนี้พรรคน่าจะดีขึ้นและใหญ่ขึ้นก็ต้องมีคนมาช่วยทำงาน” แต่ทั้งนี้ยังไม่ได้ทาบทามเป็นทางการทั้งคู่

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า แคนดิเดตนายกฯ พรรคภูมิใจไทย มี 3 คนคือ นายอนุทิน นายเอกนิติ นางศุภจี นายอนุทิน กล่าวว่า “พูดได้เต็มปาก ผมเห็นจากความมุ่งมั่นตั้งใจทำงานและผลงาน ความคิดความอ่านและความรวดเร็วในการทำงาน ต่างคนต่างรักษาคำพูดว่าจะทำงานให้ออกมาดีที่สุด เราก็ให้อิสระการทำงานเต็มที่ แต่ถ้าเรื่องไหนที่เป็นประโยชน์เราก็สนับสนุน ตอนดึงทั้งคู่มาทำงาน ก็มองในมุมคนมีประสบการณ์ เข้าใจเนื้องาน ซึ่งถ้าอะไรๆ เรียบร้อย ก็จะนำเสนอชื่อเข้าที่ประชุมใหญ่พรรคภูมิใจไทย เป็นไปได้ที่จะให้ทั้ง 2 คนเป็น สส.บัญชีรายชื่อ ส่วนข่าวว่า นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) และนายสนธยา คุณปลื้ม จะย้ายมาร่วมพรรคภูมิใจไทย ในวันที่ 23 พ.ย.ก็ให้รอดูวันนั้น”

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์นายกฯ หนู ถึงเรื่องอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร โดยเฉพาะกรณีกระทรวงยุติธรรม ออกระเบียบให้ทบทวนส่งตัวผู้ต้องขังนอกเรือนจำและการพิจารณาการพักการลงโทษ ซึ่งมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการสกัดนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ไม่ให้ออกมาช่วยหาเสียงเลือกตั้ง ว่า นายกฯ หนู กล่าวว่า “ไม่เชื่อว่าใครจะคิดแบบนั้น รัฐบาลนี้เข้ามา ไม่ต้องการที่จะให้ใครใช้อำนาจหน้าที่ไปกลั่นแกล้งใครคนใดคนหนึ่งที่เป็นคู่แข่งทางการเมือง พวกผมเคยโดนมา วันนี้เราเข้ามามีแต่ทำให้มันเกิดความถูกต้องที่สุด

กลไกของการใช้กฎหมายต้องเป็นไปตามกฎหมายจริงๆ ไม่ใช่เป็นไปตามคำสั่งของผู้มีอำนาจ หรือผู้ที่มีบารมีต่างๆ สิ่งเหล่านี้ไม่เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้ ใครที่เข้ามาจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายที่มีความยุติธรรมสำหรับทุกฝ่าย ส่วนเรื่องการถวายฎีกาขออภัยโทษของอดีตนายกฯ ได้ลงนามและส่งไป ระบุว่า เรื่องนี้ได้ดำเนินการมาก่อนหน้านี้แล้ว ยืนตามที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรมว.ยุติธรรม ให้ยกฎีกา จากนี้ก็เป็นไปตามขั้นตอน ซึ่งเราจะไปก้าวล่วงไม่ได้”

เมื่อถามต่อว่าทางพรรคเพื่อไทยมองว่า มีนัยทางการเมือง นายอนุทิน กล่าวว่า “ไม่มีครับ ผมไม่เหมือนเขา ผมทำตามเนื้อผ้า ทำตามกฎหมายทุกอย่าง ต้องไม่เอาสิ่งที่ตัวเองชอบทำไปเที่ยวป้ายว่าคนอื่นจะทำเหมือนตัวเอง ไม่ได้หรอก”

ที่ศูนย์ประสานงานพรรคกล้าธรรม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม เป็นประธานเปิดศูนย์ประสานงานพรรคกล้าธรรม ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างเป็นทางการ ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมแย้มว่า “เรามีอาวุธลับ มีศาสตราวุธต่างๆ เตรียมไว้ นั่นคือบุคลากรของพรรคที่จะลงสมัครรับการเลือกตั้ง แต่ตอนนี้ขอเงียบไว้ก่อนเพราะหลายท่านยังเป็น สส.ของพรรคการเมืองอื่น แต่วันที่ 2 ธ.ค.จะมาสวมเสื้อพรรคกล้าธรรม โดยเฉพาะภาคอีสานมีเซอร์ไพร้ส์แน่ เพราะเป็น สส.ของพรรคการเมืองชื่อดังที่จะยกทีมมาทำงานร่วมกับพรรคกล้าธรรม

“พรรคกล้าธรรมพร้อมเสนอผู้สมัครเข้าสู่การเลือกตั้งในพื้นที่อีสานทั้ง 20 จังหวัด โดยในต้นเดือน ธ.ค.นี้ จะมีการเปิดตัวผู้สมัครอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ สส.ที่จะมายืนยันว่ามีจำนวนมาก และเป็น ‘บิ๊กเนมภาคอีสาน’ หลายคน”

วันเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญตีตกคำร้องที่นายนิยม นพรัตน์ (ผู้ร้อง) ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 เรื่องการทำเอ็มโอเอจัดตั้งรัฐบาลระหว่างพรรคประชาชน (ปชน.) และพรรคภูมิใจไทย เพราะเป็นแค่การเจรจาประกาศเจตจำนงทางการเมืองร่วมกัน ไม่ได้ใช้สิทธิเสรีภาพล้มล้างการปกครองฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีฮั้ว สว.ว่า พนักงานสอบสวนคดีพิเศษออกหมายเรียกให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาฐานฟอกเงินเป็นกลุ่มแรก จากกรณีมีเส้นทางการเงินเชื่อมโยง ในห้วงเวลาก่อนเลือก สว. ระหว่างเลือก สว. และภายหลังการเลือก สว. ประกอบด้วย เครือข่ายพรรคการเมืองใหญ่ และสมาชิกวุฒิสภาตัวจริง คือ 1.นางสาว น. (เครือข่ายของพรรคการเมืองใหญ่ ) 2.นาย ส. (นักการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดนครศรีธรรมราช ) 3.นาย ว. (ผู้บริหาร) 4.นาง ผ. 5.นางสาว อ. (สว.ตัวจริง จังหวัดภาคใต้) 6.นาย ว. (อดีตผู้สมัคร สส. พรรคการเมืองใหญ่ ) 7.นางสาว ม. (สว.ตัวจริง ภาคตะวันตก) และ 8.นาย ล. (นายกสมาคมแห่งหนึ่งในจังหวัดภาคใต้)

ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องที่ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องของ สว. ให้วินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.กลาโหม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม สิ้นสุดลง เนื่องจากผู้ถูกร้องทั้งสองมีมติให้การกระทำความผิดทางอาญาอื่นเป็นคดีพิเศษ (คดีฮั้ว สว.) เป็นการแทรกแซงหรือครอบงำหน้าที่และอำนาจของ กกต. โดยใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการตรวจสอบการเลือก สว. ขัดต่อหลักการแบ่งแยกอำนาจและฝ่าฝืนหลักนิติธรรมจึงถือได้ว่าผู้ถูกร้องทั้งสองไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์

ศาลรัฐธรรมนูญอภิปรายแล้วเห็นว่า เพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณา กำหนดนัดไต่สวนพยานบุคคลในวันพุธที่ 24 ธ.ค. ก่อนพิจารณาเรื่องนี้ นายสราวุธ ทรงศิวิไล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ขอถอนตัวจากการพิจารณาคดี เนื่องจากได้รับความเห็นชอบเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจากวุฒิสภา ที่ประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วไม่อนุญาตเพราะไม่เกี่ยวข้องต่อการพิจารณาคดี

ทีมข่าวการเมือง