เมื่อวันที่ 20 พ.ย. น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง พบ 5 โรคที่มีแนวโน้มจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา (วันที่ 19 ต.ค.-15 พ.ย. 2568) คือ 1.ผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ มียอดผู้ป่วยจำนวน 161,940 ราย 2.อุจจาระร่วง มีผู้ป่วย 62,157 ราย 3.โรคปอดอักเสบ 35,953 ราย 4. ติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี 9,698 ราย และ 5.อาหารเป็นพิษ พบ 8,375 ราย

น.ส.อัยรินทร์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ จากข้อมูลกรมควบคุมโรค พบมีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สะสมตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 14 พ.ย. 2568 จำนวน 940,869 ราย มีผู้เสียชีวิต 100 ราย กลุ่มอายุที่พบอัตราป่วยต่อประชากรแสนคน มากที่สุด คือ กลุ่มอายุ 5-9 ปี ส่วนผู้เสียชีวิตมากสุดยังเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 61 ปี ขณะเดียวกันพบว่าในจำนวนของผู้เสียชีวิต 100 รายนี้ มี 57 เปอร์เซ็นต์ มีโรคประจำตัว เช่น โรคไต โรคหลอดเลือดหัวใจ ความดันโลหิตสูง วัณโรคปอด ปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง และภาวะบกพร่องทางสติปัญญา เป็นต้น และ 94 เปอร์เซ็นต์ ไม่มีประวัติได้รับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับสายพันธุ์ที่ถูกตรวจพบมากที่สุด คือ A/H3N2 พบถึง 76 เปอร์เซ็นต์ รองลงมา คือ A/H1N1 และสายพันธุ์ B แม้ในเดือน พ.ย. 2568 มีแนวโน้มผู้ป่วยลดลง แต่พบการระบาดเป็นกลุ่มก้อนมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรือนจำ สถานศึกษา และศูนย์ฝึกอบรมฯ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลห่วงใยสุขภาพของประชาชนในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง จึงขอให้ทุกคนรักษาสุขภาพ และขอแนะนำให้ 7 กลุ่มเสี่ยง รีบไปรับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุก ๆ ปี เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน