เมื่อวันที่ 20 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่สำนักพระราชวังได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตเปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพเบื้องหน้าพระโกศ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00–21.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พสกนิกรทุกเพศทุกวัย แต่งกายไว้ทุกข์ นักเรียน แต่งกายด้วยชุดของสถาบันการศึกษา กราบถวายบังคมพระบรมศพสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงอย่างต่อเนื่อง

ในจำนวนนี้มีสมาชิกราชสกุล ร่วมพระพิธีธรรมรับพระราชทานฉันเพลและพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้แก่ ราชสกุลนวรัตน์ ราชสกุลนันทวัน ราชสกุลพรหเมศ ราชสกุลจรูญโรจน์ ราชสกุลสายสนั่น ราชสกุลบริพัตร ราชสกุลจักรพงษ์ ราชสกุลจุฑาธุช ราชสกุลยุคล ราชสกุลกิติยากร ราชสกุลรพีพัฒน์ ราชสกุลประวิตร ราชสกุลจิรประวัติ ราชสกุลอาภากร ราชสกุลฉัตรชัย ราชสกุลเพ็ญพัฒน์ ราชสกุลวุฒิชัย ราชสกุลสุริยง ราชสกุลรังสิต ราชสกุลศักดิเดช ภาณุพันธุ์

อีกทั้งคณะบุคคล อาทิ มูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร คณะนักเรียนโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ โรงเรียนราชวินิตมัธยม โรงเรียนราชินี โรงเรียนประโคนชัยพิทยาคม จ.บุรีรัมย์ สำนักปลัดบัญชีกองทัพบก กรมพระธรรมนูญ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และ น.ส.อมีนา พินิจ นักแสดงชื่อดัง เข้าถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

น.ส.ขวัญชีวี เกิดสุทธิ์ ชาวจังหวัดตราด เดินทางมากับคณะ อบต.หนองโสน กล่าวว่า ช่วงที่เขมรแดงแตก ชาวกัมพูชาจำนวนมากอพยพหนีภัยสงครามเข้ามาอยู่ในประเทศไทย เมื่อประมาณปี 2517 สมเด็จพระพันปีหลวง และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งทรงดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ เยี่ยมราษฎร และทรงให้จัดตั้งศูนย์ราชการุณย์ เขาล้าน เพื่อช่วยเหลือผู้อพยพที่อพยพหนีภัยสงครามมายังชายแดน จ.ตราด อีกทั้งยังพระราชทานความช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัย ส่งเสริมด้านอาชีพให้กับผู้อพยพ ซึ่งขณะนี้ก็ยังมีพิพิธภัณฑ์เขมรแดงแตกอยู่ที่เขาล้าน.