สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 21 พ.ย. ว่า ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างกัมพูชาและเวียดนามกำลังปะทุขึ้นอีกครั้ง จากกรณีมีรายงานว่า เวียดนามกำลังเร่งดำเนินโครงการสร้างถนนเชื่อมเกาะด้วยการถมทะเล ซึ่งถูกมองว่าเป็นการเคลื่อนไหวเชิงยุทธศาสตร์เพื่อปิดกั้นทางออกหลักของโครงการ “คลองฟูนันเตโช” ของกัมพูชา ที่มีมูลค่าการลงทุนสูงถึง 1,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 55,192 ล้านบาท)
โครงการดังกล่าวของเวียดนาม คือการก่อสร้างถนนถมทะเล เชื่อมระหว่างแผ่นดินใหญ่ของเวียดนาม ไปยังเกาะเตียนไห่ และมีแนวโน้มที่จะขยายต่อไปยังเกาะฟูก๊วก โดยมีระยะทางยาวมากกว่า 47 กิโลเมตร
การก่อสร้างในครั้งนี้ ได้รับการวิเคราะห์จากหลายฝ่ายทั้งในและต่างประเทศ ว่าโครงสร้างนั้นจะทำหน้าที่เสมือน “ปราการเหล็ก” ที่กั้นขวางทางออกของคลองฟูนันเตโช ซึ่งเป็นเมกะโปรเจกต์ของกัมพูชาที่ตั้งเป้าจะเปิดเส้นทางน้ำตรงสู่ทะเลอ่าวไทย โดยไม่ต้องพึ่งพาเส้นทางแม่น้ำโขงและท่าเรือของเวียดนามอีกต่อไป
@hungzippo167 Việt Nam không đùa được đâu #vietnamtoiyeu #asean #thailand #cambodia???????? #laos
♬ ZAENITH – Kornux
คลองฟูนันเตโชนั้น ข้อมูลอย่างเป็นทางการระบุว่า ได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนส่วนใหญ่จากบริษัท ไชนา โรด แอนด์ บริดจ์ คอร์ปอเรชัน (ซีบีอาร์ซี) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดการพึ่งพาเวียดนามในการขนส่งสินค้า ซึ่งเมื่อโครงการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ จะเป็นก้าวสำคัญด้านอธิปไตยทางการค้าของกัมพูชา
ด้านปฏิกิริยาของสาธารณชนชาวกัมพูชาบางส่วน จะเป็นการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลของตนเองว่า “อ่อนแอ” ที่ปล่อยให้เวียดนามดำเนินโครงการถมทะเล ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างถาวรต่อเส้นทางเดินเรือ และโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต
@kptenglish Funan Techo Canal Project Advances Toward Excavation Phase #kptenglish #funan #economy #development #cambodia
♬ original sound – KPT English – KPT English
อนึ่ง สื่อกระแสหลักของเวียดนามยังไม่ได้รายงานเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา แต่จะเน้นเผยแพร่เนื้อหาตามแถลงการณ์ของรัฐบาล ซึ่งแสดงความกังวลอย่างสูงต่อผลกระทบของคลองฟูนันเตโช ที่อาจเกิดขึ้นต่อทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง
นอกจากนี้ รัฐบาลเวียดนามย้ำมาตลอด ว่าเคารพสิทธิอันชอบธรรมของกัมพูชาในการพัฒนาประเทศ รวมถึงโครงการคลองฟูนันเตโช แต่ต้องเป็นไปตามหลักการของข้อตกลงแม่น้ำโขงปี 2538 และต้องมีการประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อแหล่งน้ำ ทรัพยากรน้ำ และระบบนิเวศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงอย่างรอบด้าน.
เครดิตภาพ : AFP



