ท่ามกลางภูเขาและผืนป่าของอำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ คือพื้นที่ที่ทำให้ ‘นพ.นรุตม์ อภิชาตอำมฤต’ แพทย์ชนบทผู้ทำงานมากว่า 13 ปี ได้เห็นความจริงอันซับซ้อนที่เกษตรเคมีทิ้งไว้ให้กับชุมชน ไม่ว่าจะเป็นหนี้สินที่ไม่จบสิ้น ครอบครัวที่แยกจากกัน เด็กที่เติบโตโดยขาดความอบอุ่น ผู้สูงอายุที่ต้องทำงานหนักเพราะลูกหลานย้ายถิ่น และโรคภัยที่ย้อนกลับมาทำร้ายทั้งคนปลูกและผู้บริโภค ทุกอย่างเชื่อมโยงกันจนไม่อาจแยกออกจากกันได้ และนี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้นพ.นรุตม์มองเห็น ‘คำตอบ’ ในวิถีเกษตรอินทรีย์และภูมิปัญญาสมุนไพรไทยว่าอาจเป็นหนทางหนึ่งที่จะพาคนในชุมชนออกจากวงจรอ่อนแอนี้ได้

จากความตั้งใจเล็กๆ ที่เริ่มจากการรวมกลุ่มเกษตรกรปลูกสมุนไพรพื้นถิ่นอย่างขมิ้น ไพล มะกรูด แบบไม่ใช้สารเคมี เพลินไพร ออร์แกนิค วิสาหกิจเพื่อสังคมจึงถือกำเนิดขึ้น ด้วยความหวังว่าสมุนไพรจะกลับมาเป็นยารักษาชีวิตทั้งของคนและสิ่งแวดล้อม แต่แม้จะมีวัตถุดิบคุณภาพสูง มีหมอผู้เชี่ยวชาญ และมีชุมชนที่พร้อมเปลี่ยนแปลง ความเป็นจริงก็พิสูจน์ให้เห็นว่านั่นยังไม่เพียงพอ เพราะเพลินไพรยังขาดระบบบริหารจัดการ ขาดการตลาดที่ชัดเจน และขาดการสื่อสารที่ทำให้ผู้บริโภคและตลาดเข้าใจคุณค่าที่แท้จริงของชุมชนเล็กๆ แห่งนี้

จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อเพลินไพรเข้าร่วมโครงการ Banpu Champions for Change (BC4C) ซึ่งตลอด 14 ปีที่ผ่านมา ได้พัฒนามือใหม่ธุรกิจเพื่อสังคมทั่วประเทศให้เติบโตอย่างมีทิศทาง ปีล่าสุดโครงการเปลี่ยนวิธีการสู่การ ‘โค้ชชิ่งเชิงลึก’ (Precision Coaching) ที่ออกแบบกระบวนการให้เหมาะกับบริบทเฉพาะของแต่ละกิจการ เหมือนมีผู้เชี่ยวชาญคอยประกบเพื่อถอดรหัสจุดแข็ง ปัญหา และโอกาสของธุรกิจอย่างละเอียด

นั่นคือเหตุผลที่ ‘รัฐพล สุคันธี’ ผู้อำนวยการสายอาวุโส–สื่อสารองค์กร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ย้ำว่า บ้านปูในบทบาท ‘Co-Pilot’ นั้นเป็นมากกว่าแหล่งสนับสนุน แต่เป็นผู้ช่วยวางระบบธุรกิจ วางโมเดลแบรนด์ และยกระดับวิธีคิดของเพลินไพรให้พร้อมต่อการเติบโตจริง พร้อมทีมโค้ชอย่างสุพลชัย กีรติขจร ที่เข้ามาช่วยตั้งคำถามใหม่ๆ เพื่อให้เพลินไพรเห็นศักยภาพที่แท้จริงของตนเอง

ในมุมของบทบาทองค์กรต่อสังคม รัฐพลยังสะท้อนว่า เป้าหมายของ BC4C ไม่ได้หยุดอยู่ที่การสนับสนุนเงินทุนหรือจัดอบรมตามรูปแบบเดิม แต่คือการปลดล็อกศักยภาพของผู้ประกอบการให้เติบโตทั้งรายได้และผลกระทบทางสังคมได้อย่างยั่งยืน โดยเชื่อว่าความยั่งยืนต้องเริ่มจาก ‘คน’ และนั่นคือเหตุผลที่บ้านปูเริ่มขยายกระบวนการไปยังพื้นที่ต่างๆ เช่น โรดโชว์ในเชียงใหม่ เพื่อค้นหาคนรุ่นใหม่ที่มีหัวใจทำเพื่อชุมชน พร้อมต่อยอดให้กิจการเพื่อสังคมในท้องถิ่นได้เติบโตจากทุนทางวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ในพื้นที่ของตัวเอง

นพ.นรุตม์ กล่าวว่า เพลินไพรได้เรียนรู้ว่าศักยภาพของชุมชนไม่ได้อยู่แค่ ‘สินค้า’ แต่อยู่ที่ ‘ประสบการณ์’ และ‘ความเป็นชุมชน’ ที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการพลิกโมเดลธุรกิจ จากการขายผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพียงอย่างเดียว มาสู่การสร้างประสบการณ์ด้านสุขภาพแบบองค์รวมที่เชื่อมโยงเกษตรอินทรีย์ การแพทย์ผสมผสาน อาหารตามธาตุ ทีมหมอนวด ครูโยคะ เชฟในชุมชน ธุรกิจร้านอาหารสุขภาพ ไปจนถึงการเปิดศูนย์เวลเนสแห่งแรกของจังหวัดชัยภูมิ ทุกกิจกรรมถูกออกแบบให้คนในชุมชนมีบทบาทจริง เกิดรายได้จริง และเชื่อมโยงเป็นระบบเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยสุขภาพและธรรมชาติ ทำให้เงินหมุนเวียนกลับสู่คนในพื้นที่มากกว่า 60%

ในอีกด้านหนึ่ง การปรับตัวตนแบรนด์ก็กลายเป็นอีกเครื่องมือสำคัญที่ทำให้เพลินไพรเป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้น การสื่อสารที่ชัดเจนขึ้นสร้างความเข้าใจให้ตลาดว่าคุณค่าของเพลินไพรอยู่ที่ความเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพ ชุมชน และสิ่งแวดล้อม เนื้อหาความรู้เรื่อง Ultra-processed food ที่เผยแพร่บนโซเชียลกลายเป็นไวรัล มียอดเข้าชมมากกว่า 1 ล้านครั้ง และช่วยผลักดันยอดผู้ติดตามบนเฟซบุ๊กจาก 3,000 เป็น 11,000 คนภายในเพียง 3 เดือน ประกอบกับการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย สไตล์การเล่าเรื่อง และทิศทางการสื่อสารที่ชัดเจนขึ้น ทำให้แบรนด์ในวันนี้เติบโตจากสมุนไพรบ้าน ๆ ไปสู่แบรนด์สุขภาพที่มีตัวตนและได้รับการยอมรับในตลาด

ผลลัพธ์ของการโค้ชชิ่งที่เข้มข้นนั้นเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม รายได้ของเพลินไพรเพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 65% ภายในสามเดือน ขณะที่เครือข่ายเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนขยายจาก 50 เป็น 80 ครัวเรือน พร้อมการริเริ่มโครงการ ‘เพลินไพรโฮม’ และการพัฒนาทีมนวดบำบัดรองรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นควบคู่กับ ‘เพลินไพรโมเดล’ ซึ่งออกแบบเป็นระบบพัฒนาชนบทแบบครบวงจร เริ่มจากการให้ความรู้เกษตรผสมผสาน การพึ่งตนเอง การรับรองมาตรฐานอินทรีย์ที่เข้าถึงได้จริง การรับซื้อผลผลิตในราคายุติธรรม ไปจนถึงการต่อยอดให้คนในพื้นที่เป็นผู้ประกอบการในห่วงโซ่อาหาร สุขภาพ และการท่องเที่ยว เป้าหมายไม่ใช่แค่การสร้างรายได้ แต่คือการสร้างชุมชนที่แข็งแรง ครอบครัวที่กลับมาสมบูรณ์ และการดูแลพื้นที่ป่า น้ำ และดินให้กลับมามีชีวิต

วันนี้เพลินไพรคือภาพสะท้อนของการพัฒนาแบบองค์รวมที่เริ่มจากคนตัวเล็กๆ แต่ต่อยอดเป็นการเปลี่ยนแปลงระดับโครงสร้างทั้งในมิติสุขภาพ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม บ้านปูเชื่อว่าเมื่อผู้ประกอบการ SE ได้รับการสนับสนุนที่เหมาะสม พวกเขาจะยืนได้ด้วยตนเองและกลายเป็นพลังสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศได้อย่างแท้จริง เหมือนที่เพลินไพรได้พิสูจน์แล้วว่า ‘ธุรกิจที่เติบโตไปพร้อมชุมชนและธรรมชาติ’ ไม่ใช่แค่สิ่งที่ไกลเกินฝัน แต่เป็นความจริงที่เกิดขึ้นแล้วในผืนป่าเล็กๆ ในชัยภูมิ