น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า จากการที่ได้ไปเยี่ยมชุมชนชาวอูรักลาโว้ยแหลมตุ๊กแก ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต พบว่าพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีอัตลักษณ์ และวิถีวัฒนธรรมที่โดดเด่น เป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมการพัฒนาประเทศโดยใช้ทุนวัฒนธรรม รวมทั้งยังเป็นพลังสำคัญช่วยปกป้อง ดูแลทรัพยากรของประเทศตามวิถีวัฒนธรรม ภูมิปัญญา ซึ่งในเรื่องกลุ่มชาติพันธุ์นั้น เป็นอีกสิ่งที่วธ.ให้ความสำคัญ โดยเมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2568 ที่ผ่านได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศใช้พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นกฎหมายที่วธ.ได้ร่วมกับหน่วยงานองค์กร ภาคีทั้งภาครัฐ ภาคประชาชนร่วมกันผลักดันอย่างเข้มแข็ง มีเจตนารมย์คุ้มครองสิทธิทางวัฒนธรรมของชาวไทยกลุ่มชาติพันธุ์อย่างเสมอภาค ไม่เลือกปฏิบัติ มุ่งสร้างความเข้าใจในวิถีชีวิต สร้างพื้นฐานในการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม และส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมของกลุ่มชาติพันธุ์ในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

รมว.วธ. กล่าวต่อไปว่า กฎหมายฉบับนี้มีหัวใจหลักในการดำเนินงานทั้งในระดับนโยบายและระดับพื้นที่ แบ่งเป็น 4 ส่วนสำคัญ ได้แก่ คณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ระดับประเทศ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน นอกจากนี้ยังกำหนดให้มีสภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ เป็นกลไกการมีส่วนร่วมของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ทั่วประเทศ ที่จะเข้ามาร่วมนำเสนอข้อมูล สถานการณ์ปัญหา ความต้องการและแนวทางการพัฒนาที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต วัฒนธรรม และยังมีกลไกด้านวิชาการในการจัดทำข้อมูลวิถีชีวิตและประวัติศาสตร์กลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนการดำเนินงานทั้งในระดับพื้นที่และนโยบาย และที่สำคัญอีกประการคือ พื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ถือเป็นกลไกในระดับพื้นที่ที่มุ่งให้เกิดการพัฒนากระบวนการมีส่วนร่วมบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ บนฐานการเคารพสิทธิชุมชนและสิทธิทางวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งจะต้องมีการสำรวจ จัดทำข้อมูลและแผนบริหารจัดการพื้นที่ร่วมกันระหว่างชุมชนกับหน่วยงานในระดับพื้นที่ต่อไป