เมื่อวันที่ 22 พ.ย. แหล่งข่าวทางทหาร รายงานว่า ขณะนี้พบความเคลื่อนไหวของทหารฝั่งกัมพูชา ได้มีการเสริมกำลังทหาร จำนวน 3,000 นาย จากเดิมมีอยู่ประมาณ 7,000 นาย รวมเป็น 10,000 นาย เข้ามาประชิดพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณเขาพระวิหารและภูมะเขือ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ โดยส่วนหนึ่งมีการแฝงตัวคลุกอยู่ในชุมชนล่างภูมะเขือ และตามฐานปฏิบัติการทหาร รวมถึงกระจายอยู่ในพื้นที่ป่าตามแนวชายแดน คาดเตรียมการจ้องเอาคืนภูมะเขือ ส่วนสถานการณ์ตามแนวชายแดน ยังคงปกติ เงียบสงบ ยังไม่มีเสียงปืนดังขึ้นแต่อย่างใด ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ยังคงมีการตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา และพร้อมอพยพทุกเมื่อ หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้นจริง

ด้าน นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผวจ.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานความมั่นคงระดับจังหวัด ตำรวจ ปลัดจังหวัด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด นายอำเภอกันทรลักษ์ ขุนหาญ ภูสิงห์ และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เร่งทบทวนแผนเตรียมการรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น พร้อมกำหนดแนวทางการอพยพประชาชนให้ทันต่อเหตุการณ์ และให้เป็นไปตามแผนการพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง โดยบูรณาการร่วมกับฝ่ายทหารและกองกำลังประจำถิ่น อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเตรียมพร้อมในทุกมิติ

นอกจากนี้ ยังให้จัดเตรียมเลือดสำรองกรณีฉุกเฉิน การกำหนดพื้นที่สนับสนุนด้านการแพทย์และสาธารณสุขให้ชัดเจน การจัดระบบสื่อสารแบบ “One man” ตลอดจนการจัดตั้ง EOC เพื่อซักซ้อมและติดตามสถานการณ์เป็นประจำทุกเช้า และให้ทุกอำเภอ จัดทำ Google Form เก็บข้อมูลศูนย์อพยพทั้งหมด ทั้งจำนวนศูนย์และศักยภาพในการรองรับประชาชน รวมถึงการสำรวจและซ่อมแซมหลุมหลบภัยในพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้พร้อมใช้งานทันทีเมื่อเกิดเหตุ.




