สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ว่า แอร์ไชนา ซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติจีน ออกแถลงการณ์ว่า จะทำการลดจำนวนเที่ยวบินระหว่างเมืองในจีนกับญี่ปุ่น “ลงอย่างมีนัยสำคัญ” โดยให้เหตุผลเกี่ยวกับ “ความพร้อมใช้งานของเครื่องบิน”


ตามข้อมูลของแอร์ไชนา เที่ยวบินระหว่างเมืองเซี่ยงไฮ้กับเมืองโอซากา จากปัจจุบันอยู่ที่ 21 เที่ยวบินไป-กลับต่อสัปดาห์ จะลดลงเหลือ 16 เที่ยวบินไป-กลับต่อสัปดาห์ มีผลระหว่างวันที่ 30 พ.ย. 2568-28 มี.ค. 2569 และเที่ยวบินระหว่างเมืองฉงชิ่งกับกรุงโตเกียว ปัจจุบันอยู่ที่ 7 เที่ยวบินไป-กลับต่อสัปดาห์ จะลดลงเหลือ 4 เที่ยวบินไป-กลับต่อสัปดาห์ ตลอดเดือน ธ.ค. นี้


ขณะเดียวกัน สายการบิน เสฉวน แอร์ไลน์ส ซึ่งเป็นบริษัทสายการบินจีนอีกแห่ง ประกาศยกเลิกเที่ยวบินทั้งหมด ระหว่างเมืองเฉิงตูกับเมืองซัปโปโร ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ถึง 28 มี.ค. 2569


ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับญี่ปุ่นกำลังตึงเครียดอย่างหนัก และยังไม่มีแนวโน้มจะคลี่คลายอย่างง่ายดาย จากการที่นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ผู้นำญี่ปุ่น กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ว่าการโจมตีไต้หวันของจีน อาจถือเป็น “สถานการณ์ที่คุกคามการอยู่รอด” ของญี่ปุ่น ซึ่งอาจนำไปสู่การที่รัฐบาลโตเกียวต้องใช้สิทธิ “การป้องกันตนเองร่วม”


ถ้อยแถลงดังกล่าวของทาคาอิจิ สร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงให้กับรัฐบาลปักกิ่ง ซึ่งประกาศให้พลเมืองเลี่ยงการเดินทางเยือนญี่ปุ่น ขอให้นักศึกษาจีนในญี่ปุ่น “ทบทวน” แผนการศึกษาของตัวเอง และยังส่งกองเรือยามฝั่งติดอาวุธเข้าไปในเขตน่านน้ำพิพาทของทะเลจีนตะวันออก


ทั้งนี้ จีนประกาศมาตลอด ว่าไต้หวันคือดินแดนส่วนหนึ่ง และแสดงความพร้อมเสมอว่า สามารถใช้มาตรการทางทหารเพื่อนำไต้หวัน “กลับคืนสู่มาตุภูมิ” ขณะที่ไต้หวันเคยอยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่นเป็นเวลา 50 ปี จนกระทั่งสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง.

เครดิตภาพ : AFP