เมื่อเวลา 21.00น. วันที่ 24 พ.ย.ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เขตคลองเตย กรุงเทพ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พร้อมด้วยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง และ น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา ร่วมงาน Dinner Talk ภายใต้หัวข้อ “THAILAND THE NEXT 4 YEAR”
โดยนายกฯกล่าวปาฐกถาตอนหนึ่งว่า วันนี้ตนยังไม่ทันได้หายใจมาถึงก็ถูกเรียกขึ้นมาทันทีและให้มาพบปะกับเพื่อนๆพี่ๆทุกคนในห้องนี้ภายใต้หัวข้อเรื่อง THAILAND THE NEXT 4 YEAR ประเทศไทยในอีก 4 ปีข้างหน้าเป็นอย่างไรก็ต้องบอกว่าขึ้นอยู่กับการเลือกตั้งที่จะมาถึงว่าใครจะได้มาเป็นผู้นำ เพราะผู้นำแต่ละคนมีวิธีการขับเคลื่อนวิธีการตั้งนโยบายให้กับประเทศไปคนละแนวทาง ภาพจบอาจจะไม่ตรงกัน เพราะฉะนั้นวันนี้ตนจะต้องตั้งต้นจากการพูดให้ชัดว่าประเทศไทย 4 ปีต่อจากนี้ในมุมมองของตนบนเงื่อนไขที่ว่าถ้าเป็น 4 ปีที่ยังมีตนเป็นนายกฯอยู่ 4 ปีข้างหน้าสำหรับประเทศไทยถ้าไม่ปังก็พัง เขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า PANG แล้วแต่ว่าเราจะอ่านว่าปังหรือพัง เพราะเป็น 4 ปีที่เราเปลี่ยนแปลงด้วยความรวดเร็ว ถ้ายืนอยู่ผิดที่หรือเดินช้าอาจจะพบกับสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ได้ ซึ่งการที่ตนพูดว่ายืนผิดที่คือในเชิงภูมิศาสตร์ การยืนคือการไปอิงแอบกับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมากเกินไป หรือแม้แต่การกระโดดไปกระโดดมาตามกระแส แต่การยืนถูกที่คือการยืนให้เด่นยืนให้โลกรู้ว่าคุณค่าของประเทศไทยอยู่ตรงไหน
นายกฯ กล่าวอีกว่า การทำงานของตนบางครั้งเราจำเป็นที่จะต้องเดินทางสายกลาง โดยที่เราต้องมีดีในตัวเองมากพอสมควร แต่ถ้าเรากระโดดไปกระโดดมานึกสภาพว่าถ้าเราไม่มีความมั่นคงด้านไหนเลย และพยายามกระโดดไป กระโดดมาตรงไหนได้เปรียบไปไหนไปด้วยช่วย 2 บาทคนที่กระโดดก่อนคนที่เหนื่อยที่สุดคือเรา เพราะเรามัวแต่กระโดดไปกระโดดมา แต่ถ้าเราไปอิงกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมากเกินไปภูมิรัฐศาสตร์ของประเทศไทยก็อาจจะยังไม่ใช่ และไม่ได้เอื้ออำนวยให้เราสามารถอยู่ในตำแหน่งนั้นได้ แต่เราต้องหาจุดแข็งของเราในการที่เราจะดีลกับประเทศต่างๆในโลกนี้โดยที่เขาต้องให้ความสนใจต่อเราซึ่งเราทำได้และทำมาโดยสม่ำเสมอ.



