เมื่อวันที่ 25 พ.ย. ที่ จ.สงขลา นายจูรี นุ่มแก้ว รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ว่า แม้ขณะนี้มีเรือและทีมกู้ภัยอาสาสมัครจากนอกพื้นที่ระดมกำลังมาเป็นจำนวนมาก แต่ประสบปัญหาการเข้าถึงพิกัดผู้ประสบภัย เนื่องจากทีมกู้ภัยที่มาจากต่างจังหวัด ไม่มีความชำนาญในพื้นที่ แม้ชาวหาดใหญ่จะส่งพิกัดขอความช่วยเหลือมาเป็นหมื่นๆ จุด รวมถึงมีเคสผู้ป่วยและผู้ติดค้างที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน แต่ทีมกู้ภัยไม่สามารถนึกภาพออกว่าถนนในหาดใหญ่ ซอยลึก หรือจุดสำคัญต่างๆ เช่น โชคสมาน, สายกลางเขต 8, หลังห้างบิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า, หรือหัวรั้ว อยู่ตรงไหน ทำให้การค้นหาพิกัดตามที่แจ้งมานั้น แทบเป็นไปไม่ได้เลย จึงส่งผลให้เข้าช่วยเหลือได้เฉพาะกรณีที่บังเอิญไปพบเจอเท่านั้น

รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอีกว่า ตนขอเสนอทางแก้ไขปัญหาที่เรียบง่าย แต่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยเหลือได้ทันที คือ การให้อาสาสมัครที่เป็นคนท้องถิ่น จับคู่กับอาสาสมัครต่างถิ่น ร่วมกันทำงาน เพื่อตรงไปหาพิกัดที่ประชาชนขอความช่วยเหลือได้  ซึ่งการมอบหมายให้คนในพื้นที่ทำหน้าที่เป็นผู้นำทางเรือกู้ภัยให้เข้าถึงผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือตามพิกัดที่แจ้งเข้ามาได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด เพื่อป้องกันการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินที่อาจเกิดขึ้นจากการทำงานที่ไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้

ด้านนายวีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมที่แท้จริงในพื้นที่นั้น ย่ำแย่กว่าที่ปรากฏในข่าว และพบว่ามีประชาชนจำนวนมากติดค้างภายในบ้าน ขาดแคลนอาหารและน้ำที่เพียงพอมาหลายวัน รวมถึงกลุ่มเปราะบาง คนชรา ผู้ป่วย และเด็ก ตนจึงขอเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างเร่งด่วน เพื่อให้รัฐบาลมีแผนปฏิบัติการ ใน 2 มาตรการหลัก คือ 1.อพยพประชาชนให้เร็วที่สุด รัฐบาลต้องจัดทำแผนการปฏิบัติการอพยพอย่างเป็นระบบและรวดเร็ว โดยต้องเร่งกระจายเรือออกไปอพยพคนออกจากพื้นที่เสี่ยงอย่างเร็วที่สุด พร้อมทั้งจัดหาที่พึ่งพิงให้เพียงพอ ซึ่งอาจรวมถึงการประสานงานกับจังหวัดใกล้เคียง หากใน อ.หาดใหญ่ ไม่สามารถรองรับได้ 2.กระจายเสบียงอย่างมีแผน รวมถึงเร่งแจกจ่ายน้ำดื่มและอาหารในพื้นที่ที่ยังพออยู่ได้ แต่กำลังขาดแคลนเสบียงอย่างหนัก เพื่อยืดเวลาและบรรเทาความเดือดร้อนในระหว่างที่รอการอพยพ

นายวีระพงษ์ กล่าวอีกว่า แม้สส.และตัวแทนจากหลายพรรคการเมือง ตลอดจนอาสาสมัครได้พยายามช่วยเหลืออย่างสุดกำลัง แต่เนื่องจากมีผู้ประสบภัยจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องมีกลไกที่เป็นระบบ โดยรัฐบาลจะต้องมีแผนการกระจายเรือ เพื่อออกไปช่วยเหลืออพยพ ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ เพราะการมีแผนดังกล่าวจะทำให้เห็นภาพรวมการช่วยเหลือว่ามีพื้นที่ใดเข้าช่วยเหลือแล้ว และตรงไหนที่เป็นอุปสรรคยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ เพื่อหาทางแก้ปัญหาต่อไป แต่หากต่างคนต่างทำ ความพยายามของทุกคนจะไม่ส่งไปถึงผู้ประสบภัยได้อย่างเต็มที่ ดังนั้น รัฐบาลจะต้องเร่งจัดการกำลังเรือและกำลังคน ให้เป็นเอกภาพโดยเร็วที่สุด