เมื่อวันที่ 26 พ.ย.นางเกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) เปิดเผยภายหลังการประชุมปฏิบัติการจัดทำแผนพัฒนาเด็กและยาวชนในถิ่นทุรกันดารของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ว่า การประชุมดังกล่าวสกร.ได้รับเกียรติจากดร.อภิสิทธิ์ พึ่งพร ผู้อำนวยการโครงการส่วนพระองค์ 905 เป็นวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ตามกรอบการดำเนินงานของโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) และนายพลวิชญ์ ขยันงาน ผู้ชำนาญการด้านความรับผิดชอบต่อสังคม บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) มาช่วยแบ่งปันแนวคิดการพัฒนาชุมชน ทักษะชีวิต และความยั่งยืนที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในพื้นที่ทุรกันดาร

อธิบดีสกร. กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้สกร. และบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) จะร่วมกันใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสร้างความเท่าเทียมด้านการศึกษาในพื้นที่ยากลำบาก โดยมีแผนให้ครู ศศช. ลงพื้นที่ร่วมกับไทยคม ณ บ้านแม่ลายดวงจันทร์ อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ที่เข้าถึงได้จริงในพื้นที่ที่ขาดการสื่อสาร ดังนั้นการจัดทำแผนปฏิบัติงานด้านต่างๆที่ดีไม่ใช่เพียงการเขียนแผนให้สมบูรณ์เท่านั้น แต่ต้องนำไปขับเคลื่อนในระดับสถานศึกษาให้เห็นผลต่อผู้เรียนอย่างแท้จริง ซึ่งในทุก ๆ ที่ ไม่ว่าจะอยู่แห่งใดก็ตาม สกร. จะทำให้กลายเป็นพื้นที่ที่มีประสิทธิภาพ ด้วยฝีมือของครูศูนย์การเรียนรู้ชุมชน และทีมงานสกร.ทุกระดับ

“เรามีโครงงานที่โดดเด่นจากฝีมือของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกลด้วยการที่สกร.เข้าไปส่งเสริมการเรียนรู้ คือ โครงงาน “ปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร” ของนักเรียนระดับประถมศึกษา แห่งศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขา บ้านพะอัน อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เด็กได้เรียนรู้การจัดการขยะอินทรีย์จากเศษอาหารที่มีอยู่จริงในชุมชน นำมาทำปุ๋ยหมัก เพื่อลดปัญหาขยะและนำกลับมาใช้ประโยชน์ในการปลูกผักและพืชสวนของศูนย์การเรียน เป็นการเรียนรู้ที่แสดงให้เห็นว่า แม้เป็นชุมชนเล็ก ๆ และอยู่ห่างไกล แต่เด็กก็สามารถสร้างคุณค่าจากสิ่งรอบตัวได้อย่างยอดเยี่ยม ” นางเกศทิพย์ กล่าว

ด้านนางยุพิน บัวคอม รองอธิบดีสกร.กล่าวว่า ทุกหน่วยงานควรทบทวนทิศทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริ ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2560–2569) ซึ่งเน้นการพัฒนาแบบองค์รวมทั้งด้านสุขภาพ การศึกษา ศักยภาพวิชาการและจริยธรรม อาชีพ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การสืบทอดวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น การเชื่อมโรงเรียนสู่ชุมชน และการยกระดับสถานศึกษาเป็นศูนย์บริการความรู้ เพื่อให้ศูนย์การเรียนชุมชนทุกแห่งสามารถพัฒนาอย่างยั่งยืนและเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในปีงบประมาณต่อไป