ที่ศาลหลักเมืองอุดรธานี นายณัฐพงศ์ คำวงศ์ปิน รองผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี นายภุชงค์ นุตราวงศ์ อดีตเลขาธิการ กกต. นายกอบเกียรติ กาญจนะ อดีตรองผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี  นายกิตติกร ทีฆธนานนท์ นายกเทศมนตรีนครอุดรธานี นางรวงทอง พลธิราช วัฒนธรรม จ.อุดรธานี นายวิโรจน์  พิพัฒน์ไชยศิริ ประธานมูลนิธิศาลหลักเมือง จ.อุดรธานี ร่วมกันเสวนาการจัดกิจกรรมงานสมโภชศาลหลักเมือง จ.อุดรธานี ครบรอบปีที่ 27

ศาลหลักเมืองอุดรธานี ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2502 โดยได้มีการอัญเชิญดวงพระวิญญาณของ พลตรี พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ผู้ก่อตั้งเมืองอุดรธานี ในปี พ.ศ. 2436 มาสถิต ณ เสาหลักเมืองแห่งนี้  เสาหลักเมืองทำจาก ไม้คูณ ยาวกว่า 5 เมตร และฝังลึกลงไป 3 เมตร เชื่อกันว่าเป็นเสาหลักแห่งความมั่นคงของเมืองอุดรธานี

ต่อมาในปี พ.ศ. 2542 ได้มีการสร้างศาลหลักเมืองหลังใหม่ขึ้นแทนหลังเดิม โดยผสมผสาน สถาปัตยกรรมอีสานกับไทยประยุกต์ โดยได้อาจารย์ภิญโญ สุวรรณคีรี ศิลปินแห่งชาติเป็นผู้ออกแบบให้ ทำให้ที่นี่กลายเป็นศูนย์รวมศรัทธาของประชาชนจนถึงปัจจุบัน

ภายในศาลหลักเมือง มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญ ที่ผู้คนเคารพบูชา โดยเฉพาะเสาหลักเมืองที่อัญเชิญไม้คูณมงคล เขาคีรีวงกต อ.นายูง จ.อุดรธานี มาเพื่อสร้างเป็นเสาหลักเมืองใหม่ และประดิษฐานเคียงคู่กับเสาหลักเมืองหลักเดิม องค์พระพุทธโพธิ์ทอง พระพุทธรูปหินทรายที่เก่าแก่ ซึ่งอัญเชิญมาจากวัดเก่าแก่ในบ้านเพียปู่ อ.ไชยวาน จ.อุดรธานี ซึ่งเล่ากันว่าเป็นดินแดนแห่งยุคทวารวดี องค์พระเป็นพระพุทธรูปปางนาคปรก เดิมเป็นหินทรายและปัจจุบันได้ทาสีทองทั้งองค์  เชื่อกันว่าหากได้สักการะ จะได้รับการค้ำจุนจากผู้ใหญ่ มีร่มโพธิ์ร่มไทรในชีวิต

องค์ท้าวเวสสุวรรณ เทพแห่งทรัพย์สินและความมั่งคั่ง เชื่อว่าผู้ที่มาสักการะจะได้รับโชคลาภและความร่ำรวย โดยมี พระอาจารย์อิฐ วัดจุฬามณี (หรือหลวงพ่ออิฏฐ์ ภทฺทจาโร) ได้มาปลุกเสกท้าวเวสสุวรรณ ที่ จ.อุดรธานี ในพิธีสมโภชศาลพระหลักเมือง ปี พ.ศ. 2542 โดยเป็นวาระสำคัญในการสร้างเหรียญท้าวเวสสุวรรณ รุ่นแรก ของศาลหลักเมืองอุดรธานี ที่มีพิธีปลุกเสกตามตำราโบราณ และมีพระเกจิหลายรูปมาร่วมพิธี

ทุกวันที่ 29 มกราคม ของทุกปี ที่ศาลหลักเมืองอุดรธานี จะมีพิธีบวงสรวงใหญ่ โดยมีนางรำจำนวนนับพันคนร่วมรำถวายองค์เสาหลักเมือง นอกจากนี้ ผู้ศรัทธายังนำ ดอกไม้ ธูปเทียน มาลัย และน้ำมันตะเกียง มาสักการะเสาหลักเมืองทั้งเก่าและใหม่ พร้อมกับขอพรให้ชีวิตรุ่งเรือง ตามความเชื่อ หากเข้าสักการะทางประตูไหน ก็ควรออกทางประตูนั้น เพื่อเสริมอานิสงส์และความเป็นสิริมงคล