เมื่อวันที่ 27 พ.ย. นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวง ประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (PHEOC) เกี่ยวกับสถานการณ์น้ําท่วมในพื้นที่ภาคใต้และ จ.สงขลา โดยนายพัฒนา ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า ภารกิจหลักในวันนี้ คือการเคลื่อนย้ายส่งต่อ ผู้ป่วยหนักสีแดงของโรงพยาบาลหาดใหญ่ ที่ทั้งหมดใส่ท่อช่วยหายใจ ประมาณ 20 คน โดยใช้เฮลิคอปเตอร์เป็นหลักในการย้ายไปยังโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ก่อน ใช้ระยะเวลาประมาณ 5-10 นาที จากนั้นแพทย์ก็จะประเมินและทยอยเคลื่อนย้ายไปยังโรงพยาบาลใกล้เคียง ที่ไม่ได้อยู่พื้นที่ประสบภัย ซึ่งคาดว่าจะย้ายผู้ป่วยหนักเสร็จสิ้นในวันนี้ ทั้งนี้เพื่อให้โรงพยาบาลหาดใหญ่ ดูแลกลุ่มผู้ป่วยสีเหลืองและสีเขียว รวมประมาณ 500 คน และมีผู้อำนวยการโรงพยาบาลเป็นผู้ประเมินสถานการณ์ พร้อมขอกำลังสนับสนุน ซึ่งทางกระทรวงก็พร้อมจัดส่งไปสนับสนุน

นายพัฒนา กล่าวต่อว่า ในส่วนของการขนส่งเสบียงอาหารและน้ำ ได้เร่งรัด และอยู่ระหว่างดำเนินการให้เพียงพอต่อความต้องการขององค์กร ผู้ป่วยและญาติ ซึ่งบางส่วนทางโรงพยาบาลสามารถที่จะผลิตจากโรงครัวของตัวเองได้ โดยได้มีการสนับสนุนวัตถุดิบ การทําอาหารเพิ่มเติม

รมว.สาธารณสุข กล่าวอีกว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำภาพรวมของจังหวัดสงขลา และบริเวณโดยรอบโรงพยาบาลหาดใหญ่ ถือว่าลดระดับลงต่อเนื่อง ทําให้ทีมบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจากพื้นที่ต่าง ๆ สามารถที่จะเดินทางเข้าไปช่วยสนับสนุนภารกิจในการดูแลผู้ป่วยได้ โดยใช้รถทหารในการขนส่ง และจะสลับหมุนเวียนกําลังกันได้ ทั้งในโรงพยาบาลหลักและโรงพยาบาลสนามที่ได้มีการจัดตั้งเพิ่มเติมประมาณ 7 แห่ง ส่วนโรงพยาบาลพื้นที่รอบนอกโรงพยาบาลหาดใหญ่ ส่วนใหญ่เป็นโรงพยาบาลชุมชน หลายแห่งกลับมาเปิดให้บริการและอยู่ระหว่างการประเมินความเสียหาย

“ยืนยันว่าโรงพยาบาลหาดใหญ่ จะไม่ปิดการให้บริการ จะพยายามรักษาเอาไว้และรีบกู้โรงพยาบาลให้กลับมาให้บริการประชาชนผู้ป่วยได้อย่างเร็วที่สุด ซึ่งขณะนี้สถานการณ์น้ำเริ่มลด โดยอยู่ระหว่างการสนับสนุนกำลังคน เวชภัณฑ์ต่างๆ เข้าไปในพื้นที่ ส่วน ออกซิเจนที่อยู่ในโรงพยาบาลน่าจะเพียงพอในการดูแลผู้ป่วย ประมาณ 48 ชั่วโมง ถือว่าเพียงพอ และมีการสนับสนุนเข้าไปเพิ่มเติมด้วย” นายพัฒนา กล่าว และว่า ส่วนการฟื้นฟูหลังน้ำลด ก็จะมีกรมอนามัย และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ไปสํารวจและดูแลเพื่อให้ระบบสาธารณสุขกลับมามีความพร้อมมากที่สุด รวมถึงกรมควบคุมโรค จะเข้าไปดูในส่วนของการป้องกัน ควบคุมโรค หลังจากน้ำลด สนับสนุนยา วัคซีนป้องกันโรค และจัดส่งทีมแพทย์สาธารณสุขหน่วยเคลื่อนที่เร็ว เข้าไปตามชุมชนต่างๆ สํารวจและประเมินโรคของประชาชน เพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษา

เมื่อถามถึงการจัดการกรณีมีผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วม รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ในประเด็นนี้ ถือเป็นผลกระทบต่อเนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วม ที่คาดว่าจะต้องเจอ โดยได้มอบให้ทางผู้อํานวยการโรงพยาบาลในพื้นที่ รวมถึงโรงพยาบาลสนาม จัดเตรียมอุปกรณ์ และพื้นที่ห้องเย็น สําหรับดูแลผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วม ซึ่งจะมีขั้นตอน กระบวนการพิสูจน์อัตลักษณ์ ก่อนที่จะยืนยันอย่างเป็นทางการ 

ด้าน นพ.วิโรจน์ โยมเมือง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหาดใหญ่ กล่าวว่า ช่องทางหลักที่สามารถเข้ามายังโรงพยาบาลได้ในขณะนี้คือ บริเวณประตูหลังโรงพยาบาล เบื้องต้นมีผู้ป่วยและญาติที่มีความประสงค์อยากจะกลับบ้านประมาณ 200 คน ส่วนทรัพยากรอื่นๆ เช่น ออกซิเจน มีประมาณ 50 ถัง เพียงพอสําหรับวันนี้ และหากน้ำลดจนสามารถเข้าพื้นที่ได้ จะมีเจ้าหน้าที่เข้ามาดูอุปกรณ์หลักในการผลิตออกซิเจน ซึ่ง 1 ถัง จะอยู่ได้อีก 7 วัน สำหรับน้ำดื่มใช้วันละประมาณ 600 แพ็ก ซึ่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้มาแล้วประมาณ 200 แพ็ก และเบื้องต้นได้รับการประสาน จะมีการนําน้ำดื่มเข้ามายังโรงพยาบาลเพิ่ม ส่วนการทำอาหาร ทางโรงพยาบาลสามารถผลิตได้เอง 2,600 กล่อง เพื่อรองรับผู้ป่วยและบุคลากร โดยเมื่อวันที่ 26 พ.ย. ที่ผ่านมา ได้รับการจัดส่งวัตถุดิบมาให้ สามารถทำอาหารได้ 2 วัน  และคาดว่าวันนี้จะนําวัตถุดิบเข้ามายังโรงพยาบาลเพิ่มเติม แต่สิ่งที่ต้องการคือ รถน้ำประปาเพื่อผลิตน้ำใช้ภายในโรงพยาบาล

นพ.วิโรจน์ กล่าวต่อว่า ส่วนระบบไฟฟ้าขณะนี้ ตึกหลักไม่ได้มีปัญหาในการดูแลผู้ป่วย แต่ยังคงมีตึกที่ยังไม่เปิดใช้ ประมาณ 2-3 ตึก  เนื่องจากระบบไฟฟ้าขัดข้องและใช้การไม่ได้จากการจมน้ำ แต่วันนี้จะมีเจ้าหน้าที่จากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เข้ามาประเมินทั้งระบบน้ำปั๊มน้ำและระบบไฟฟ้า ขณะที่อาคาร 600 เตียง ของโรงพยาบาลหาดใหญ่ สามารถใช้การได้ในการดูแลผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว ประมาณ 200-300 เตียง โดยใช้เครื่องปั่นไฟ ซึ่งสามารถจ่ายไฟได้ 5 ชั้น และต้องใช้น้ำมันเบนซินประมาณ 200-300 ลิตรต่อวัน ซึ่งเมื่อคืนที่วันที่ 26 พ.ย. สามารถใช้การได้ประมาณ 6 ชั่วโมง

“มีการคาดการณ์ว่า หลังจากสถานการณ์น้ำริ่มคลี่คลาย จะทําให้ประชาชนผู้ป่วยที่มีนัดกลับเข้ามายังโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น ในส่วนนี้ สามารถที่จะรองรับได้ประมาณ 350 เตียง โดยมีทีมแพทย์พยาบาลสนับสนุนจากนอกพื้นที่ ที่ได้เดินทางมาช่วยในครั้งนี้”

ทั้งนี้ โรงพยาบาลสนาม 7 แห่ง ประกอบด้วย โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ดูพื้นที่โรงพยาบาลหาดใหญ่, โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี จัดที่เทศบาลคลองเรียน, โรงพยาบาลตรัง จัดที่ศาลาว่าการนครหาดใหญ่, โรงพยาบาลพัทลุง ร่วมกับโรงพยาบาลรัตภูมิ, โรงพยาบาลยะลา เทศบาลควนลัง, โรงพยาบาลนราธิวาส บริษัท หาดทิพย์ และโรงพยาบาลสงขลา ที่สนามบินหาดใหญ่.