เมื่อวันที่ 29 พ.ย. พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมชุดปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (PCT 5) ได้รับแจ้งเบาะแสว่า มีกลุ่มเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ นำทีม “ม้ากดเงินสด” เข้าพื้นที่ จ.เชียงใหม่ จึงเร่งตรวจสอบติดตามพฤติกรรมทันที

โดยเจ้าหน้าที่สืบสวนพบความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ต้องหาในพื้นที่ตลาดมีโชค และพฤติการณ์การตระเวนถอนเงินสดจากธนาคารหลายแห่ง โดยใช้บัญชีผู้อื่น หลังจากนั้นจะมีการนำเงินสดรวมกว่า 290,000 บาท ส่งมอบให้หัวหน้าทีมควบคุมบัญชีม้า เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าควบคุมตัวผู้ต้องหา 5 ราย ได้แก่ น.ส.รัตติญา น.ส.ทิพวรรณ น.ส.นพรัตน์ นางอาพร และนายธงชัย พร้อมของกลาง เงินสด 290,000 บาท โทรศัพท์มือถือ 6 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคาร 2 เล่ม

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ร่วมกันจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวเพื่อให้มีการซื้อขายบัญชีธนาคาร/บัญชีอิเล็กทรอนิกส์ (มาตรา 10), ร่วมกันเป็นสมาชิกคณะบุคคลปกปิดวิธีดำเนินการเพื่อการอันมิชอบ-ความผิดฐานอั้งยี่, เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีของตน โดยรู้หรือควรรู้ว่าถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิดทางเทคโนโลยี (มาตรา 9)

พล.ต.ต.ธวัชชัย กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้เป็นคนรับจ้างกดเงินจริง โดยได้ค่าจ้างครั้งละ 2,000 บาท ผู้ต้องหาหญิงบางราย ให้การว่า เคยไปทำงานที่ประเทศกัมพูชามาก่อน โดยทำหน้าที่สแกนหน้า 3-4 รอบ โดยสแกนเข้าวอลเล็ต เริ่มจาก 100 บาท จนถึงหลักแสน ซึ่งทำมา 3-4 รอบแล้ว จนกระทั่งถูกบล็อก จึงได้เดินทางกลับประเทศไทย

หลังจากนั้นจึงได้มาทำหน้าที่รับจ้างถอนเงินผ่านบัญชีที่ผู้อื่นเปิดไว้ โดยมีผู้สั่งการผ่านแอปพลิเคชันสื่อสารและโทรศัพท์มือถือ ซึ่งอ้างว่าเป็นเงินจากบริษัทที่หลีกเลี่ยงภาษี โดยร่วมกับพวกตระเวนกดเงินตามที่ต่างๆ กระทั่งเคยก่อเหตุมาหลายครั้งแล้ว จนกระทั่งมาถูกจับกุม ซึ่งล่าสุดตำรวจทราบผู้ร่วมขบวนการและสั่งการแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกหมายจับและเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป