เมื่อวันที่ 29 พ.ย. ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มีการประชุมใหญ่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค พปชร. ให้สัมภาษณ์ว่า การเลือกตั้งต่อไป ยังตอบไม่ได้ว่า จะตั้งเป้าได้ สส. กี่ที่นั่ง แต่เราอยากได้มากที่สุด และคงไม่ได้ส่งผู้สมัคร สส. ครบทุกเขต

เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ จะยังทำให้ พล.อ.ประวิตร ยังคงอยู่ในการเมืองต่อ พล.อ.ประวิตร ส่ายหน้า ก่อนจะกล่าวว่า “เราตอบไม่ได้ ต้องถามประชาชน คุณไปถามทุกคนเลยไป ไปถามทั้ง 70 ล้านคนเลย”

นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค พปชร. แถลงภายหลังการประชุมว่า ผลการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรค น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน เป็นเลขาธิการพรรค รองหัวหน้าพรรค อาทิ นายไพบูลย์ นิติตะวัน นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ กรรมการบริหารพรรค อาทิ พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี นายวัน อยู่บำรุง นายสามารถ แก้วมีชัย และเชิญชวนให้มีการเสนอชื่อคนที่เห็นสมควรที่จะได้รับพิจารณาแต่งตั้งเป็นแคนดิเดตนายกฯ ต่อคณะกรรมการบริหารพรรค ภายในวันที่ 8 ธ.ค. นี้

“ขณะนี้เรามีผู้สมัคร สส. ทุกภาคแล้ว รอคณะกรรมการคัดเลือกเคาะว่าจะส่งกี่เขต พรรคยังอยู่ระหว่างการพิจารณาเลือกแคนดิเดตนายกฯ ในครั้งนี้จะเสนอแคนดิเดตนายกฯ มากกว่า 1 คน และถ้าเป็นไปได้จะส่งให้ครบทั้ง 3 คน ทั้งนี้ ยืนยันว่ามีชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคแน่นอน” นายไพบูลย์ กล่าว

ด้านความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการแก้ไข-ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะ กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ในการพิจารณาวาระสอง กมธ. ของเพื่อไทยจะสงวนคำแปรญัตติ ให้ยกร่างเอาสมาชิกสภาร่างรัฐธรมนูญ (ส.ส.ร.) กลับมา เราเห็นว่าการมี ส.ส.ร. ที่มาจากการเลือกของประชาชนเป็นเบื้องต้น (ประชาชนเลือกมา 300 รัฐสภาตัดเหลือ 100) บวกกับมาจากการเสนอชื่อขององค์กรต่างๆ จะตอบโจทย์ได้มากกว่า โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมของประชาชน ไม่ขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ

“สูตรเลือก กมธ.ยกร่าง และ กมธ.รับฟังความเห็น 20 หยิบ 1 ถ้าใครรวมตัว สส. และ สว. ได้เกินครึ่งค่อนของรัฐสภา ก็ไม่ยากที่จะตกลงกันให้ใครเป็น กมธ. ใน 35 คนนั้น รัฐธรรมนูญใหม่ก็จะเป็นไปตามข้างมากของรัฐสภา ไม่สะท้อนความคิดเห็นของประชาชน เราจึงเสนอให้มีส่วนของผู้เชี่ยวชาญอื่นๆ ด้วย วาระสอง วาระสาม จะผ่านรัฐสภาหรือไม่ยังประเมินยาก เช่น จะได้เสียง สว. หนึ่งในสามหรือไม่ ยิ่งมีเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ทางใต้ อารมณ์ความรู้สึกของคนไทยต่อเรื่องรัฐธรรมนูญในขณะนี้จะเป็นอย่างไร ทุกฝ่ายต้องเอามาประเมินกันด้วย”

“สส.โอปอ” อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีกระแสสังคมเรียกร้องให้ “นายกฯ หนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก ภายหลังรัฐบาลถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าล้มเหลวในการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำท่วม ว่า ขณะนี้มีนักวิชาการออกมาประเมินสถานการณ์ตรงกัน ว่า รัฐบาลเสียงข้างน้อยกำลังตกที่นั่งลำบาก อยู่ในภาวะเปราะบาง และถูกจับตามองจากสาธารณะแทบทุกมิติ

“ฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเสียงข้างน้อยเมื่อไร เป็นเรื่องที่สังคมกำลังจับตามอง แต่ความจริงที่เกิดขึ้นแล้วคือ ประชาชนได้ลุกขึ้นมาอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลไปแล้ว ผ่านทุกช่องทางสาธารณะ และได้ลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาลนายอนุทินไปแล้ว”

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ความตอนหนึ่งว่า “ความล่าช้าในการดำเนินการ ความสับสนในการสั่งการ การทำงานเพื่อมุ่งสร้างภาพสร้างคะแนนนิยม มากกว่าการแก้ปัญหา นายอนุทินและ ครม. ควรออกมาโค้งขอโทษประชาชนที่ยังไม่สามารถใช้กลไกการบริหารในการช่วยเหลือประชาชนอย่างได้ผล การขอรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่งและเปิดโอกาสให้สภาผู้แทนลงมติเลือกนายกฯ คนใหม่

นั่นคือการแสดงออกถึงความรับผิดชอบและเป็นความสง่างามสูงสุด การลาออก สภายังอยู่ กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังเดินหน้า หรือหากพรรคประชาชน (ปชน.) จะร่วมมือกับใคร จัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากที่ตัวเป็นแกนนำ ก็เป็นโอกาสในการแสดงความสามารถในการบริหารประเทศ แก้ทั้งปัญหาชายแดน ปัญหาสแกมเมอร์ และการเยียวยาผู้ประสบภัยอย่างได้ผล แบบนี้ก็ยังไม่ต้องยุบสภา ไม่ต้องรีบประชามติ เอาเงินเลือกตั้งเกือบหมื่นล้านไปช่วยภาคใต้ก่อน”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อายุของสภาผู้แทนราษฎร ปกติคือ 4 ปี การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา คือวันที่ 14 พ.ค. 66 ถ้าสภาครบวาระและเลือกตั้งใหม่ใน 45 วันหลังครบวาระ คือเลือกตั้งราววันที่ 28 มิ.ย. 70 ถ้าเปลี่ยนรัฐบาลก็เปลี่ยนนโยบาย จากที่จะยุบสภา อาจอยู่ต่อถึงปี 70 ให้ครบวาระก็ได้

“ทีมข่าวการเมือง”