นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กระทรวงการคลัง เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนฝ่ายไทยในการประชุมเจรจาเงินกู้ และความช่วยเหลือให้เปล่า (Loan Agreement และ Grant agreement) สำหรับโครงการ Thailand Resilient Transport Connectivity and Irrawaddy Dolphin Conservation
ประกอบด้วย เงินกู้สำหรับโครงการสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตา และโครงการสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา และเงินช่วยเหลือ (Grant)สนับสนุนกิจกรรมภายใต้แผนอนุรักษ์โลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลา ร่วมกับผู้แทนธนาคารโลก (The World Bank) เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการลงนามในสัญญาเงินกู้และข้อตกลงรับความช่วยเหลือแบบให้เปล่าต่อไป
การประชุมครั้งนี้มีผู้แทนฝ่ายไทยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมทางหลวงชนบท กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมประมง สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานอัยการสูงสุด และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเข้าร่วมเป็นคณะเจรจา
โครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา มีวงเงินรวม 4,700 ล้านบาท และโครงการสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตา วงเงิน 1,800 ล้านบาท มีสัดส่วนการใช้เงินกู้ต่องบประมาณเท่ากับ 70 : 30 รวมวงเงินในสัญญาเงินกู้ทั้งสิ้น 4,550 ล้านบาท
ทั้งนี้ การก่อสร้างสะพาน ข้ามทะเลสาบสงขลา จะช่วยลดระยะเวลาเดินทางได้ 80 กม. หรือลดระยะเวลาการเดินทาง ได้ 2 ชั่วโมง และส่งเสริมการท่องเที่ยวการค้าและการขนส่งโลจิสติกส์ ส่วนโครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตา จะช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรที่ล่าช้า เชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมการขนส่งและช่วยยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิตของประชาชน
สำหรับความช่วยเหลือจากธนาคารโลก มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำแผนอนุรักษ์โลมาอิรวดีอย่างยั่งยืน เช่น ช่วยจัดทำทุ่นแนวเขต จัดชุดปฏิบัติการเฝ้าระวังเพื่อคุ้มครองโลมาอิรวดี การเฝ้าระวังเชิงคุณภาพทางน้ำ เพื่อลดภัยคุกคามต่อโลมาอิรวดี และช่วยเพิ่มจำนวนประชากรโลมาอิรวดีผ่านการอนุรักษ์และการฟื้นฟูที่มีประสิทธิภาพ และฟื้นฟูความสมบูรณ์ของทะเลสาบสงขลา
“การเจรจาเงินกู้ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ได้รับการจัดสรรเงินเพื่อการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่อาจได้รับผลกระทบจากการดำเนินโครงการ นับเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนว่าประเทศไทยสามารถพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต ควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพได้อย่างสมดุล”



