เมื่อวันที่ 30 พ.ย. ที่ศูนย์ประสานงานรับ–ส่งต่อการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศป.สอ.) พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ ดอนเมือง นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการบริหารงานของรัฐบาลอาจจะส่งผลกระทบกับความรู้สึกประชาชนภาคใต้ อย่างเช่น ผลนิด้าโพลที่ระบุถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย โดยมีลำดับที่ประชาชนคนใต้อยากให้เป็นนายกฯ หล่นลงมาจากเดิม ว่า ตนไม่ห่วงเรื่องกระแสการเมือง เพราะประชาชนส่วนใหญ่ เขารับรู้กันเอง แต่ต้องเรียนประชาชนว่าถ้าเราเอาสถานการณ์มาปั่นเป็นกระแสแห่งความสามัคคี เฟคนิวส์ จริงบ้างหรือไม่จริงบ้าง เพื่อให้ประชาชนหลงผิด เวลาและการกระทำเป็นเครื่องพิสูจน์การกระทำของรัฐบาล
“พวกผมไม่ได้วอรี่กับเรื่องกระแส เรื่องโพล วันนี้ก้าวข้ามเรื่องนั้นแล้ว สิ่งที่จะต้องทำก็คือเราจะเยียวยาจิตใจกันอย่างไร แล้วในระยะยาวจะทำกันอย่างไร มันไม่เพอร์เฟกต์ เราก็รู้ว่าในสถานการณ์แบบนี้ ไม่มีรัฐบาลไหนที่จะทำให้สมบูรณ์ได้ มันเกินคาด แต่จะทำอย่างไรในส่วนที่บกพร่องก็เป็นอุทาหรณ์ ส่วนความนิยมทางการเมือง ถ้าบอกว่าพวกผมทำผิด ประชาชนก็ต้องตัดสิน ไม่ใช่คนบางกลุ่มที่ไปปั่น ความจริงจะปรากฏของมันเอง” นายโสภณ กล่าว
นายโสภณ กล่าวอีกว่า เราจะเดินหน้าฟื้นฟูสภาพจิตใจและอาชีพต่อ ศูนย์ช่วยเหลือจะต้องมีต่อ ประชาชนจะมีส่วนร่วมอย่างไร เราก็เผยแพร่ไป พร้อมย้ำว่าการเปิดศูนย์นี้ไม่ใช่การเรี่ยไร แต่ประชาชนเขาพร้อมที่จะช่วย เขาเต็มใจทำ เพราะฉะนั้นบรรยากาศเหล่านี้จะได้วัดใจคนว่าใครปรารถนาดีกับประชาชนจริงทำจริง ไม่ได้ใช้วาทกรรมอย่างที่ปรากฏ นายกฯ ก็บิน 2 วันเว้น ฉะนั้น ไม่ซีเรียส
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากพรรคเพื่อไทยยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ แล้วนายกฯ ยุบสภาในสถานการณ์วิกฤติน้ำท่วม จะส่งผลกระทบในเชิงลบกับภูมิใจไทยมากกว่าหรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า ภูมิใจไทยไม่เกี่ยว แต่เราประกาศแล้วว่าถ้ายื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็ยุบสภา ส่วนที่ประชาชนบอกว่าจะยุบแล้วจะมีผลกระทบกับน้ำท่วมก็เป็นเรื่องของคนที่ยื่น ถ้าคนที่ยื่นไม่เห็นความสำคัญของความเดือดร้อนของประชาชน
“เพราะผมประกาศมาก่อนหน้านี้แล้ว คุณยื่นมา ผมก็ยุบ ส่วนที่เราเป็นรัฐบาลรักษาการ เราก็เดินหน้าทำเต็มที่ แต่อาจจะลดลงหน่อยหนึ่ง ในฐานะเป็นรัฐบาลรักษาการ” นายโสภณ กล่าว



