เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า กรมควบคุมมลพิษ โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 16 รายงานการตรวจสอบคุณภาพน้ำผิวดินในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา จากการตรวจสอบคุณภาพน้ำผิวดินช่วงสถานการณ์อุทกภัย ในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา จ.สงขลา โดยดำเนินการสำรวจข้อมูลทั่วไปของแหล่งน้ำ ตรวจวัดคุณภาพน้ำภาคสนาม จำนวน 11 จุดตรวจวัด  พบว่าออกซิเจนละลายน้ำ (DO) มีค่าตั้งแต่ 0.0–4.2 มก.ต่อลิตร ซึ่งบ่งชี้ถึงคุณภาพน้ำไม่ดี ถึงพอใช้ อาจเกิดจากการปนเปื้อนสารอินทรีย์หรือน้ำท่วมขังทำให้ออกซิเจนในน้ำลดลง

นายสุรินทร์ กล่าวว่า ความเป็นกรด-ด่าง (pH) อยู่ในเกณฑ์ปกติค่อนไปทางกรดเล็กน้อย (6.3–6.9) ขณะที่ค่าการนำไฟฟ้า และความเค็ม อยู่ในเกณฑ์ต่ำ ตรวจวัด 0.0-0.4 ppt แสดงว่าส่วนใหญ่เป็นน้ำจืดหรือมีอิทธิพลจากน้ำทะเลน้อยในช่วงเวลาที่เก็บ นอกจากนี้ ตัวอย่างความขุ่น มีค่าหลากหลายตั้งแต่ต่ำไปจนถึงสูงมาก 0.61-53.7 NTU ซึ่งคาดว่าเป็นผลมาจากน้ำท่วมที่พัดพาตะกอนลงสู่แหล่งน้ำ ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอผลวิเคราะห์เพิ่มเติมจากห้องปฏิบัติการ ได้แก่ ค่าความสกปรกในรูปสารอินทรีย์ แบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์มทั้งหมด แบคทีเรียกลุ่มฟีคอลโคลิฟอร์ม และแอมโมเนียในหน่วยไนโตรเจน ซึ่งจะช่วยให้สามารถประเมินคุณภาพน้ำจากสถานการณ์อุทกภัยได้อย่างครบถ้วนและวางแผนจัดการคุณภาพน้ำในพื้นที่ต่อไป

นายสุรินทร์ กล่าวว่า  ส่วนการติดตามการฟื้นฟูและจัดเก็บขยะหลังน้ำท่วม จ.สงขลา รวบรวมขยะได้ 1,684 ตัน จุดพักขยะเทศบาลนครหาดใหญ่ (สะพานดำ) รวบรวมขยะได้ 4,650 ตัน โรงไฟฟ้า TPI (ขยะ ทน.หาดใหญ่) รวบรวมขยะได้ 527 ตัน เทศบาลเมืองบ้านพรุ รวบรวมขยะได้ 1,299 ตัน และเทศบาลเมืองสะเดา รวบรวมขยะได้ 368 ตัน รวมทั้งหมด 8,001 ตัน ในส่วนของการจัดทำน้ำหมักชีวภาพสำหรับใช้บำบัดกลิ่นเน่าเหม็นจากสภาพน้ำท่วมขัง ผลิตได้จำนวน 8,540 ลิตร และมีหน่วยงานต่าง ๆ ได้รับมอบไปแล้ว จำนวน 5,960 ลิตร หากหน่วยงานใดประสงค์ขอรับที่สคพ.16