เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเว็บไซต์ต่างประเทศ “Soha” รายงานเหตุการณ์น่าสลดใจ ในมณฑลเหลียวหนิง ประเทศจีน เมื่อ นางหลี่ ต้องเผชิญความจริงสุดช็อก หลังพบว่าเงินฝาก 13.1 ล้านหยวน หรือประมาณกว่า 59 ล้านบาท ที่ฝากไว้กับ ธนาคารท้องถิ่น เมื่อปี 2561 ได้ หายไปจากบัญชีทั้งหมด ในปี 2565 โดยการสืบสวนพบว่าเงินดังกล่าวถูก ผู้จัดการธนาคารสาขา ยักยอกไปใช้จนหมดสิ้น นำมาสู่การฟ้องร้องเรียกความรับผิดชอบจากธนาคาร
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2561 นางหลี่ได้นำเงิน 13.1 ล้านหยวน ไปฝากไว้กับธนาคารในมณฑลเหลียวหนิง โดยเชื่อมั่นว่าเป็นวิธีเก็บเงินที่ ปลอดภัยที่สุด และได้รับดอกเบี้ยที่น่าพอใจ เธอคาดหวังว่าจะได้กำไรก้อนใหญ่หลังฝากไว้เพียง 4 ปี แต่กลับกลายเป็นความอึ้งในปี 2565 เมื่อนางหลี่กลับไปที่ธนาคารเพื่อถอนเงินก้อนดังกล่าว แต่กลับได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่า “บัญชีของคุณไม่มีเงินอยู่” แม้จะมีการตรวจสอบซ้ำหลายครั้ง ผลลัพธ์ก็ยังคงเดิม ธนาคารให้คำตอบเพียงว่าต้องรอการยืนยันข้อมูลเพิ่มเติม ทำให้นางหลี่ตัดสินใจ แจ้งความกับตำรวจ ทันที
การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เวลาเพียง 15 วัน ก็สามารถคลี่คลายคดีและจับกุมผู้ต้องสงสัยคนสำคัญได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งก็คือ ผู้จัดการธนาคารสาขานั้นเอง โดย ผู้จัดการรายนี้ ยอมรับสารภาพข้อหายักยอกทรัพย์สินของลูกค้า
ผลการสืบสวนพบว่า ผู้จัดการเกิดความโลภเมื่อเห็นเงินจำนวนมหาศาลของนางหลี่ จึงใช้ตำแหน่งที่เข้าถึงระบบภายในธนาคาร แอบโอนเงินทั้งหมดเข้าบัญชีของตัวเองอย่างลับ ๆ ความร่ำรวยผิดปกติของผู้จัดการทำให้พนักงานคนอื่นสงสัย แต่เจ้าตัวมักอ้างว่าได้เงินจากการลงทุน จนกระทั่งความจริงถูกเปิดเผย
ส่วนที่ช้ำใจยิ่งกว่า คือแม้คนผิดถูกจับกุมได้และสารภาพแล้ว แต่นางหลี่กลับไม่สามารถได้เงินคืน เนื่องจากผู้จัดการธนาคารได้ ผลาญเงิน 13.1 ล้านหยวนไปจนหมดแล้ว ไม่สามารถนำมาชดเชยได้ นางหลี่ จึงตัดสินใจ ยื่นฟ้องทางธนาคาร โดยยืนยันว่า ธนาคารมีความผิดที่ ล้มเหลวในการดูแลทรัพย์สินของลูกค้า ให้ปลอดภัย
ในชั้นศาล นางหลี่เรียกร้องให้ธนาคารชดเชยเงินฝากทั้งหมด แต่ทางธนาคารยืนกรานว่าเรื่องนี้เป็นความผิดส่วนตัวของผู้จัดการ และไม่เกี่ยวข้องกับองค์กร ทำให้คดีความกลายเป็นการ ต่อสู้ทางกฎหมายที่ยืดเยื้อ แม้ทนายความหลายคนจะมีความเห็นว่าธนาคารไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ทั้งหมดก็ตาม
เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตะลึงในสังคมจีนอย่างมาก โดยทางการได้ออกมาเตือนประชาชนให้ หมั่นตรวจสอบบัญชีและเก็บเอกสารทำธุรกรรม ให้ครบถ้วน เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต
ข้อมูล เว็บไซต์ “Soha”



