เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ที่รัฐสภา นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. กล่าวถึงกรณีที่ นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ระบุถึงการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม ที่กรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาแล้วเสร็จ ซึ่งคาดการณ์หลังจากที่ผ่านการพิจารณาวาระสอง ในช่วง 10-11 ธ.ค.แล้ว อาจกำหนดให้ลงมติในวาระสามในช่วง 29 ธ.ค.68 หรือ ช่วง 5 ม.ค.69 ว่า จากการพูดคุยกับ สว. เห็นว่าการกำหนดให้มีการลงมติวาระสามนั้นควรเป็นช่วงต้น ม.ค.69 จะเหมาะสมกว่าวันที่ 29 ธ.ค.68 เพราะเป็นเวลาที่กระชั้นชิด อาจทำให้มีเวลาพิจารณาเนื้อหาที่ผ่านวาระสองไม่รอบคอบ อีกทั้งในช่วงดังกล่าวเป็นช่วงใกล้เทศกาลหยุดยาวอาจมีสมาชิกรัฐสภาที่ติดภารกิจไม่สามารถร่วมประชุมด้วยได้
นายพิสิษฐ์ กล่าวถึงผลการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) เมื่อ 3 ธ.ค. ด้วยว่า ที่ประชุมได้พิจารณาว่าอาจมีการจัดเวทีเพื่อให้ สว. ได้พิจารณาเนื้อหาของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ กมธ.พิจารณาแล้วเสร็จ ก่อนการประชุม วันที่ 10-11 ธ.ค. แต่เมื่อพิจารณาเวลาแล้วมีความกระชั้นชิดเกินไป จึงทำให้ไม่สามารถมีข้อสรุปในเรื่องดังกล่าวได้ ทั้งนี้ขณะนี้มีเพียงการพูดคุยกันอย่างไม่เป็นทางการเท่านั้น
เมื่อถามว่ามีประเด็นใดที่ สว.มีความกังวลต่อเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญที่ กมธ.แก้ไขหรือไม่ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า มีประเด็นที่ตนในฐานะกมธ.พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม รัฐสภา สงวนความเห็นไว้ เกี่ยวกับสถานะของ สว. เมื่อพ้นจากวาระแล้ว มีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. หรือ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องระยะเวลา และ ประเด็นการลงคะแนนเห็นชอบที่ควรกำหนดเงื่อนไข ต้องได้เสียง สว.เห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของ สว.ที่มีอยู่ของวุฒิสภา



