ใกล้ถึงเวลายุบสภา แต่ละพรรคการเมืองเริ่มหาเสียง เปิดตัวผู้สมัคร ขณะนี้เป็นที่น่าสนใจว่า พรรคเพื่อไทยจะทาบทาม “ดร.เชน” รศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ หลานชายอดีตนายกฯ แม้ว ลูกชาย “เจ๊แดง” เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ เป็นแคนดิเดตนายกฯ หรือไม่ หลัง “ชิมลาง” ขึ้นเวทีเสวนาของเพื่อไทยไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน กรุงเทพมหานคร นางเยาวภาเข้าเยี่ยม “อดีตนายกฯ แม้ว” ทักษิณ ชินวัตร ก่อนหน้านี้ เสก โลโซและคณะดนตรีจากเรือนจำพิเศษมีนบุรีได้ขึ้นเวทีแสดงในกิจกรรม “สร้างพลังบวกหลังกำแพง ด้วยพลังแห่งดนตรี” เพื่อเป็นสวัสดิการเสริมสุขภาพใจผู้ต้องขัง นายทักษิณได้เข้าร่วมรับฟังและพบปะเสก โลโซ อดีตนายกฯ แม้ว กับเสก โลโซ ร้องเพลง “ใจสั่งมา” ร่วมกัน

ภายหลังการเยี่ยมราว 20 นาที นางเยาวภาเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่บอกว่านายทักษิณได้ร้องเพลงบนเวทีกับเสก นายทักษิณบอกว่า ร้องทั้งหมด 3 เพลง ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวชื่อ รศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ อาจเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย นางเยาวภาตอบว่า “ขึ้นอยู่กับพรรคและตัวบุคคล ไม่ขอชี้นำ เพราะลูกชายมีครอบครัวและตัดสินใจด้วยตัวเองได้” พร้อมย้ำว่าตนได้วางมือจากการเมืองแล้ว

เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. เว็บไซต์สำนักงาน กกต. เผยแพร่คำวินิจฉัย กกต.ให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของนายธนาวุฒิ แสงอรุณ ผู้มีสิทธิเลือก สว. ระดับจังหวัดมหาสารคาม กลุ่มที่ 19 หมายเลข 6 ผู้ถูกร้องที่ 1 และนายสัจจพงษ์ ภูมิศักดิ์ บุคคลที่ไม่ใช่ผู้สมัคร ผู้ถูกร้องที่ 2 ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา 2561 มาตรา 62 และให้ดำเนินคดีอาญาตามมาตรา 77(1)

เนื่องจากการไต่สวน นายธนาวุฒิยอมรับว่า ถูกชักชวนให้ไปจัดหาผู้มีสิทธิเลือก สว.ระดับประเทศให้มาประชุมที่โรงแรมปทุมธานี เพลส และประสงค์จะได้รับเงินส่วนแบ่งจากผู้มีสิทธิเลือกระดับประเทศที่เข้าร่วมประชุมวางแผนการเลือก ส่วนนายสัจจพงษ์ ผู้ถูกร้องที่ 2 ถูกกล่าวหาว่า ชักชวนผู้ร้องและผู้มีสิทธิเลือกระดับประเทศในแต่ละกลุ่มเข้าร่วมรับประทานอาหารที่ร้านนิตยาไก่ย่าง สาขาเมืองทองธานี และได้เสนอให้เงินแก่ทุกคนจำนวนคนละ 200,000 บาท และเสนอให้เงินแก่ผู้ร้องจำนวน 10,000,000 บาท เนื่องจากผู้ร้องมีลูกทีมเป็นผู้มีสิทธิเลือกระดับประเทศจำนวน 80 คน ซึ่งนายธนาวุฒิเป็นผู้ดูแลการให้เงิน

เมื่อตรวจสอบบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “สัจจพงษ์ ภูมิภักดิ์” ช่วงวันที่ 17 พ.ค.-27 มิ.ย.67 มีการโพสต์ข้อความ พร้อมภาพประกอบถึงการเดินทางมาประชุมดังกล่าวในลักษณะมาทำงานใหญ่เพื่อชาติบ้านเมือง, เสร็จสิ้นภารกิจระดับประเทศ ถือว่าประสบความสำเร็จได้เรียนรู้งาน

มีนายประจักษ์ จันทร์แก้ว ที่พบว่าเป็นผู้ได้รับเลือกเป็น สว. ระดับจังหวัดอุดรธานี (ไม่ได้เป็น สว.) จังหวัดเดียวกับผู้ถูกร้อง และเป็นผู้มีสิทธิเลือกระดับประเทศกลุ่มที่ 20 มาแสดงความเห็น “ขอบคุณเพื่อนที่ส่งเสริมให้มาถึงจุดสูงสุดจนได้” แสดงให้เห็นว่าการเดินทางมากรุงเทพฯ หรือในจังหวัดปริมณฑลของนายสัจจพงษ์ มาเพื่อดำเนินการในเรื่องที่เกี่ยวกับการจัดทำหรือจัดเตรียมแผนการเลือก สว. ระดับประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสัจจพงษ์ เป็นอดีตนายกเทศมนตรี ต.โนนสะอาด ปัจจุบันในเฟซบุ๊กเปิดตัวขออาสาเป็นว่าที่ผู้สมัคร สส. เขต 8 อ.โนนสะอาด อ.หนองแสงและอ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี พรรคภูมิใจไทย โดยมีภาพถ่ายร่วมกับแกนนำพรรคในโอกาสต่างๆ พร้อมภาพเข้าร่วมประชุมใหญ่วิสามัญพรรคที่ผ่านมาด้วย

ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ เพื่อขอให้ดำเนินการเพื่อคุ้มครองความเป็นอิสระและความโปร่งใสในการพิจารณาคดีพิเศษคดีฮั้ว สว. พร้อมยื่นรูปภาพเส้นทางการเงินของกระบวนการฮั้ว สว. ที่มีรายชื่อของ สว. ตัวจริง จำนวน 2 ราย และเครือข่ายพรรคการเมืองดังเกี่ยวข้อง ทนายอั๋น กล่าวว่า เชื่อว่าสำนวนคดีฮั้ว สว. ตามกฎหมาย กกต. (ผู้ต้องหา 229 ราย) อาจจะมีการล้มคดีภายหลังการยุบสภาได้ ในอนาคตจะมีคนแถวภาคเหนือมากลับคำให้การอีก

“ที่ดีเอสไอออกหมายเรียกผู้ต้องหา 8 คน ตัวละครที่อยู่ในเส้นทางการเงินครั้งนี้ เป็นตัวละครทางสายใต้ ทั้ง 8 คนนี้มีเส้นเงินโยงใยกัน และโยงไปเครือข่ายอื่นในภาคอีสานด้วย ทั้งยังโอนไป อักษรย่อ ช. นักการเมืองพื้นที่เหนือตอนล่างกลางตอนบน และมีตัวละครที่ปัจจุบันเป็น สว.อักษรย่อ ม. และ อ. โอนเงินไปมาหลายครั้ง จึงไม่ควรตัดจบแค่ 8 คนนี้”

เรื่อง สว. ก็ถูกตีกระทบถึงพรรคภูมิใจไทย ขณะที่ “นายกฯ หนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทยเอง ก็กำลังถูกโจมตี หลังจากมีการเผยแพร่ภาพนายกฯ เคยถ่ายรูปกับตัวใหญ่ในเครือข่ายสแกมเมอร์ ทุนเทา วันนี้ดูเหมือนนายกฯ หนูไม่ค่อยสบายดีนัก ในระหว่างยืนสัมภาษณ์ นายกฯ หยีตาหลายครั้ง และยกมือขึ้นลูบตา

นายกฯ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “ขอโทษด้วยที่ไปหาหมอตามา ต้องหยอดยาขยายม่านตา ทำให้ตอนนี้มองอะไรก็เห็นเป็นสีขาวหมดเลย” (นายอนุทิน เคยเข้าผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตา ที่โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ วันที่ 8 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อถามอีกว่าเจอมรสมเยอะจะยุบสภาก่อนกำหนดหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า บอกแล้วว่าไม่เกินวันที่ 31 ม.ค. 69

“ทีมข่าวการเมือง”