มีคนจำนวนไม่น้อย เกิดอาการปวดสะโพกบ่อยๆ เวลาเดินขึ้นบันได หรือขณะนอนตะแคง ยิ่งรู้สึกปวดเจ็บตรงสะโพกและต้นขา นั่นคืออาการอักเสบอย่างหนึ่งบริเวณสะโพกที่เรียกว่า “ภาวะถุงน้ำข้างสะโพกอักเสบ”

สาระน่ารู้จาก “โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์” บอกเล่าถึงสาเหตุ วิธีรักษา และการป้องกันอาการที่ว่านี้ ว่า ภาวะถุงน้ำข้างสะโพกอักเสบ (Trochanteric Bursititis) คือการอักเสบของถุงน้ำที่อยู่ทางด้านนอกของกระดูกสะโพก ทำให้เกิดการปวดในข้อสะโพก ซึ่งภาวะนี้เป็นสาเหตุหนึ่งที่พบบ่อยของการปวดสะโพก

สาเหตุ

ภาวะถุงน้ำข้างสะโพกอักเสบอาจเกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งต่อไปนี้

1.การกระทบกระแทกบริเวณสะโพกโดยตรงจากอุบัติเหตุ หรือจากการนอนตะแคงทับบริเวณสะโพกเป็นเวลานาน

2.กิจวัตรประจำวันหรือการออกกำลังกายบางอย่าง เช่น การวิ่งขึ้นบันได การปีนขึ้นหรือเดินขึ้นที่ชัน หรือการยืนเป็นระยะเวลานาน

3.กายวิภาคที่ผิดปกติ เช่นภาวะกระดูกสันหลังคด ภาวะขาสั้นยาวไม่เท่ากัน ภาวะข้อสะโพกเสื่อม ซึ่งจะทำให้มีแรงดึงผิดปกติบริเวณกล้าเนื้อสะโพก

4.ภาวะโรคอื่นๆเช่น ข้ออักเสบรูมาตอยด์ เกาท์ โรคสะเก็ดเงิน โรคไทรอยด์ หรือการติดเชื้อซึ่งพบได้น้อย

5.เคยผ่าตัดมาก่อน หรือมีข้อสะโพกเทียม

6.มีกระดูกงอก หรือมีแคลเซียมเกาะเอ็นบริเวณถุงน้ำข้างสะโพก

อาการและอาการแสดง

-ปวดบริเวณด้านข้างของข้อสะโพก และต้นขา เจ็บตอนนอนตะแคงทับ

-ปวดในบางท่า อาทิ การลุกขึ้นจากเก้าอี้เตี้ย การลงจากรถ หรือการก้าวขึ้นบันได

การรักษา

เป้าหมายคือลดความเจ็บปวดให้สามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ และป้องกันการเกิดซ้ำ โดยวิธีการต่างๆ เช่น

-ยา NSAIDs เช่น Brufen Naproxen Voltaren COX-2 inhibitors.

-การฉีดยาสเตียรอยด์บริเวณถุงน้ำที่อักเสบ

-กายภาพบำบัด การประคบเย็นบริเวณที่ปวด

-ผ่าตัด หากวิธีอื่นๆไม่ได้ผล

การป้องกัน

-ลดความเข้มข้นของกิจกรรมที่อาจเป็นสาเหตุ เช่น การวิ่งขึ้นที่ชันมากเกินไป หรือการวิ่งที่ผิดท่า การตะแคงทับเป็นเวลานาน

-ถ้ามีสาเหตุทางกายวิภาค เช่น ขาสั้นยาวไม่เท่ากัน อาจต้องแก้ไขโดยการเสริมรองเท้า.