สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. ว่านายไมเคิล แบงก์ส ผูู้อำนวยการสำนักงานลาดตระเวนชายแดนของสหรัฐ (ยูเอสบีพี) กล่าวว่า “ค่าธรรมเนียมจับกุม” มีผลบังคับใช้กับผู้ถูกจับซึ่งมีอายุ 14 ปีขึ้นไป และถูกตัดสินว่าข้ามพรมแดนโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งคนกลุ่มนี้จะถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศได้อีกในอนาคต
ค่าธรรมเนียมนี้ได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรส ภายใต้กฎหมาย “วัน บิ๊ก บิวตีฟูล” (One Big, Beautiful Bill Act) หรือโอบีบีบีเอ ของทรัมป์ ซึ่งรวมถึงงบประมาณหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมือง
แบงก์สกล่าวว่า มาตรการนี้มีผลบังคับใช้กับคนต่างด้าวผิดกฎหมายทุกคน ไม่ว่าจะมาจากที่ใด อยู่ในสหรัฐมานานแค่ไหน ที่อยู่ปัจจุบันคือแห่งใด หรืออยู่ภายใต้กระบวนการตรวจคนเข้าเมืองรูปแบบใดก็ตาม
Detained illegal immigrants will face $5K 'apprehension fee': Border Patrol chief https://t.co/InOEe176BM
— Fox News (@FoxNews) December 6, 2025
อนึ่ง สถิติการจับกุมที่ชายแดนด้านตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐลดลงอย่างมาก ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยสถิติเดือนพ.ย. ที่ผ่านมา ถือว่ามีจำนวนต่ำที่สุด นับตั้งแต่ปี 2503 ยูเอสบีพีรายงานว่า มีการจับกุมผู้อพยพผิดกฎหมายประมาณ 7,300 คน ตามแนวชายแดนติดกับเม็กซิโก ซึ่งลดลงเล็กน้อยจากเมื่อเดือนต.ค. ที่ผ่านมา
ด้านกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิระบุในแถลงการณ์ว่า มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวตั้งแต่เดือนก.ย. แล้ว ผู้ที่ไม่ชำระค่าปรับนี้จะถือว่า “ติดหนี้รัฐบาลสหรัฐ” ซึ่งอาจทำให้ไม่สามารถเดินทางกลับเข้ามาในอเมริกาได้อีก
อย่างไรก็ตาม นายเดวิด ลีโอโปลด์ ทนายความด้านคนเข้าเมืองประจำเมืองคลีฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ ตั้งข้อสังเกตว่า ธรรมเนียมการจับกุมมีแนวโน้มที่จะถูกโต้แย้งในศาล และถือว่าเป็นอีกหนึ่งกลวิธีการบีบบังคับ.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



