สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.ว่าจากกรณีมีรายงานว่า กองทัพสหรัฐปฏิบัติการโจมตีซ้ำกับเป้าหมาย ซึ่งเป็นเรือต้องสงสัยลักลอบค้ายาเสพติดลำหนึ่ง ในเขตน่านน้ำสากลของทะเลแคริบเบียน เมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้อยู่บนเรือสองคน ซึ่งเดิมทีมีสถานะเป็นผู้รอดชีวิต กลายเป็นผู้เสียชีวิต จนเรียกเสียงวิจารณ์และการกล่าวหาจากหลายฝ่าย ทั้งพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครต ว่าเป็นการก่ออาชญากรรมสงคราม


นายพีต เฮกเซธ รมว.กลาโหมสหรัฐ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า โดยส่วนตัว “สนับสนุนการโจมตีครั้งนั้นอย่างเต็มที่” และจะมีการตรวจสอบคลิปบันทึกเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ปฏิเสธกล่าวอย่างตรงไปตรงมา ว่าจะมีการเผยแพร่คลิปฉบับเต็มสู่สาธารณะหรือไม่


เกี่ยวกับรายงานว่า พล.ร.อ.แฟรงก์ แบรดลีย์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการปฏิบัติการพิเศษของสหรัฐ คือผู้สั่งให้มีการโจมตีเรือลำนั้นเป็นครั้งที่สอง เฮกเซธกล่าวว่า เขาไม่ได้อยู่ในห้องบัญชาการ ณ ช่วงเวลานั้น แต่สนับสนุนการตัดสินใจของพล.ร.อ.แบรดลีย์ และกล่าวเสริมว่า หากอยู่ในเหตุการณ์ เขาจะสั่งให้มีการโจมตีครั้งที่สองด้วย


ขณะที่ทำเนียบขาวและกระทรวงกลาโหมสหรัฐยืนยันตรงกัน ว่าปฏิบัติการโจมตีซ้ำ “ชอบด้วยกฎหมาย” ด้านพล.ร.อ.แบรดลีย์ชี้แจงต่อสภาคองเกรส ว่าในวันปฏิบัติการ ไม่ได้มีคำสั่ง “ฆ่าทั้งหมด” จากเฮกเซธ


อนึ่ง ปฏิบัติการโจมตีเรือขนาดเล็กมากกว่า 20 ลำ ในทะเลแคริบเบียนของทัพสหรัฐ ตั้งแต่เดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 80 ราย แต่จนถึงตอนนี้ สหรัฐยังไม่เคยแสดงหลักฐานอย่างเป็นทางการ ว่าเรือทุกลำและผู้เสียชีวิตทุกรายเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด ท่ามกลางการวิเคราะห์ด้วยว่า เป็นการปูทางสู่การโค่นอำนาจประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นไม้เบื่อไม้เมากับทรัมป์มานาน.

เครดิตภาพ : AFP