กรณีกัมพูชาเปิดฉากโจมตีประเทศไทยล่าสุดจนมีทหารเสียชีวิตและบาดเจ็บ ประชาชนคนไทยในจังหวัดชายแดนหลายแสนคนต้องอพยพหนีภัยนั้น นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองประธานคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎรโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก“อลงกรณ์ พลบุตร” ว่า ถึงเวลาขจัดภัยคุกคามประเทศไทยจากระบอบฮุนเซนอย่างถาวร โดยรัฐบาลและกองทัพต้องปฏิบัติการทางทหารแบบฉับพลันและเฉียบขาดไม่ใช่เพียงการตอบโต้แต่ต้องรุกกลับยึดฐานที่มั่นทางทหารและฐานทัพที่อยู่ในจังหวัดชายแดนกัมพูชาทั้งหมดเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัย(Safe Zone)ให้กับคนไทยและขจัดระบอบฮุนเซนรวมทั้งไทยเทาที่มีผลประโยชน์ร่วมกับระบอบฮุนเซนต้องกำจัดให้สิ้นซาก
“ผมยืนยันว่าการปฏิบัติการทางทหารรุกกลับดังกล่าวเป็นไปตามหลักความจำเป็นและความได้สัดส่วน (Necessity & Proportionality)ภายใต้หลักการป้องกันตนเอง (Right of Self-Defence)ตามกฎบัตรสหประชาชาติ”
อดีตรองประธานคณะกรรมาธิการการทหาร กล่าวด้วยว่า เราต้องตัดไฟแต่ต้นลม ขจัดภัยที่ต้นเหตุเพราะกัมพูชามีการเคลื่อนไหวทางทหารที่พร้อมรุกล้ำอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของไทยชัดเจน และเป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีไทยก่อน ทั้งนี้ปรากฏหลักฐานจากถ้อยแถลงของ พล.อ.ท. จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ ที่แถลงเช้านี้โดยมีข้อความตอนหนึ่งว่า จากข้อมูลการตรวจสอบทางยุทธการพบว่า มีการเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์หนัก การจัด กำลังรบ และการเตรียมการสนับสนุนด้านการยิงของกัมพูชา ซึ่งอาจนำไปสู่การขยายวงของการปฏิบัติการทางทหารในลักษณะที่คุกคามเสถียรภาพในพื้นที่ชายแดนไทย
นายอลงกรณ์ กล่าวสรุปว่า คนไทยและประเทศไทยเป็นมิตรไม่ใช่ศัตรูของคนกัมพูชาและประเทศกัมพูชาแต่เป็นศัตรูกับระบอบฮุนเซน ต้นเหตุที่สร้างความแตกแยกบาดหมางให้กับสองประเทศเพียงเพื่ออำนาจและผลประโยชน์ของครอบครัวและพวกพ้องโดยไม่คำนึงถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชา ทั้งยังเป็นภัยคุกคามสันติภาพและเสถียรภาพของอาเซียนรวมทั้งเป็นภัยต่อขาวโลกในฐานะผู้สนับสนุนและมีผลประโยชน์ร่วมกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ข้ามชาติจำนวนมากที่ตั้งอยู่ในประเทศกัมพูชา



