เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 68 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี สส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ออกมาตอบโต้กรณีนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ อดีต รมว.การต่างประเทศ ในรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ที่ออกมาวิจารณ์การแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ของรัฐบาลปัจจุบัน ว่าเป็นสถานการณ์ที่ “เสี่ยงต่อความล้มเหลว” ว่า เป็นการหลอกด่า ไม่สร้างสรรค์ ถ้าเสนอแนะอย่างจริงใจก็พร้อมขอบคุณ แต่นี่ตั้งป้อมดิสเครดิตกันมากกว่า จึงขอย้อนถามว่าสมัยที่รบกันในรัฐบาลท่าน ตอนนั้นท่านเป็น รมว.การต่างประเทศ ท่านทำอะไรบ้าง ทำไมตอนเกิดเหตุเดือน ก.ค. 68 ที่เขายิงเรา ท่านอยู่ที่ไหน ทำอะไรในเวทีโลก ช้าไปหมด ช้าจนชาวบ้านตามหากันว่าไปไหน ทำไมปล่อยให้กัมพูชาพูดอยู่ฝ่ายเดียว
นายพลพีร์ กล่าวว่า เมื่อเทียบกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ คนปัจจุบันมีบทบาทชัดเจน โต้แย้งทุกประเด็นที่กัมพูชาเสนอ ไม่ปล่อยให้ไทยเสียเปรียบในเวทีระหว่างประเทศ ท่านสีหศักดิ์ไม่ได้ช้า แต่เลือกเวลาตอบโต้ พูดแล้วมีน้ำหนัก นานาชาติรับฟัง เวทียูเอ็นเคยปรบมือสนั่นให้กับการแถลงของท่านสีหศักดิ์ แต่ในยุคของนายมาริษ สมัยเป็น รมว.การต่างประเทศ ไม่เคยมีปรากฏการณ์แบบนี้ เพราะท่านเองก็พูดอะไรได้ไม่เต็มปากเต็มคำ เพราะท่านรู้แก่ใจว่ารัฐบาลก่อนผิดพลาดอย่างไรบ้าง
นายพลพีร์ กล่าวว่า การสู้รบที่เกิดขึ้นในช่วงกลางปี ตนอยู่ในพื้นที่กับ สส.พรรคภูมิใจไทย ทั้งช่วยชาวบ้าน ทำบังเกอร์ จัดอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่นอน ดูแลศูนย์อพยพ หลายคนเปิดบ้านให้เป็นศูนย์อพยพเลย พรรคภูมิใจไทยลงมือทำจริงมาตลอด เราลงไปทำงาน ไม่เหมือนใครบางคน ที่ลงพื้นที่ไปให้ผู้อพยพร้องเพลง HAPPY BIRTHDAY ให้ฟัง วันนี้ นายกรัฐมนตรี เรียกฝ่ายความมั่นคงกำหนดมาตรการแล้ว ย้ำว่าคนไทย ประเทศไทยต้องมาก่อน การสั่งการต้องเร็ว การดูแลพี่น้องในศูนย์อพยพต้องไม่ขาด ความปลอดภัยต้องมาก่อนทุกอย่าง ที่สำคัญคือไฟเขียวให้ปฏิบัติการทางการทหาร นี่คือความรับผิดชอบของผู้นำ
“วันนี้ อยากให้คนไทยทุกคน โดยเฉพาะพี่น้องชายแดนได้มั่นใจ เราไม่ใช่พวกเกรงกัมพูชา ไม่เรียกผู้นำกัมพูชา ‘อังเคิล’ วันนี้ทหารมั่นใจว่าทุกปฏิบัติการจะไม่มีคำสั่งเบรก ไม่เหมือนบางยุคที่ทุกอย่างดูสับสนไปหมด ไปเรียกศัตรูว่าลุงบ้าง รบอยู่ดี ๆ มีคำสั่งหยุดยิงบ้าง มั่วไปหมด ยุคนั้นคือยุคที่ความมั่นคงมีปัญหา เป็นยุคที่เหลวแหลกสิ้นดี เป็นยุคที่ท่านนั่งเป็น รมว.การต่างประเทศ ดังนั้น ท่านอย่าริมาสอนรัฐบาลอื่น ทั้งที่รัฐบาลของท่านคือเละเทะที่สุดแล้ว” นายพลพีร์ กล่าว.



