สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. ว่า นายอันโตนิโอ คอสตา ประธานคณะมนตรียุโรป กล่าวถึงการที่สหรัฐเผยแพร่แผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงฉบับใหม่ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ว่า “เป็นเรื่องดี” ที่แผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวยังคงพูดถึงยุโรปในฐานะพันธมิตร “แต่ต้องปฏิบัติตัวให้เหมาะสมกับความเป็นพันธมิตรด้วย”


คอสตากล่าวว่า สหรัฐยังคงเป็นทั้งพันธมิตรและเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่สำคัญ แต่ยุโรป “ต้องมีอำนาจอธิปไตยของตนเอง” และวิจารณ์ว่า แนวทางของสหรัฐต่อสงครามในยูเครนที่ระบุไว้ในแผนยุทธศาสตร์ ไม่ได้สนับสนุนการแสวงหาสันติภาพที่ “เป็นธรรมและยั่งยืน” อย่างที่ยุโรปสนับสนุนมานาน แต่เป็นเพียงการยุติการเผชิญหน้า และเพื่อความสัมพันธ์ที่มั่นคงขึ้นระหว่างสหรัฐกับรัสเซียเท่านั้น


จากแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ของสหรัฐ ระบุในประเด็นเกี่ยวกับยุโรปว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ วิจารณ์ยุโรปว่าเป็นทวีปที่ “มีกฎระเบียบมากเกินไป” มีการเซ็นเซอร์สูง ขาด “ความมั่นใจในตนเอง” และกำลังเผชิญกับ “การลบเลือนทางอารยธรรม” เนื่องจากการย้ายถิ่นฐานเข้ามาของผู้พยพจำนวนมาก


ขณะเดียวกัน แผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวระบุชัดเจนว่า สหรัฐภายใต้การนำของทรัมป์ จะดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่คล้ายคลึงกันในยุโรปอย่างแข็งขัน โดยสอดคล้องกับวาระของพรรคการเมืองขวาจัด โดยรัฐบาลวอชิงตันจะ “ปลูกฝังการต่อต้านต่อทิศทางปัจจุบันของยุโรปภายในชาติยุโรปเอง” ซึ่งคอสตากล่าวว่า “สหรัฐไม่สามารถเข้ามาแทนที่ยุโรปในเรื่องวิสัยทัศน์ว่าด้วยเสรีภาพในการแสดงออกได้.”

เครดิตภาพ : AFP