มิตติ ติยะไพรัช ประธานสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด จวก “ไทยลีก” บริหารงานแย่เหมือนเดิม ลงโปรแกรมผิดพลาด
โดยหลังจากที่ ฝ่ายจัดการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพ แจ้งโปรแกรมไทยลีก ในคู่ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด พบ ลำพูน วอริเออร์ ที่สิงห์ เชียงราย สเตเดียม เป็นวันที่ 14 ธ.ค. 68 ก่อนที่ล่าสุด เช้าวันนี้ (9 ธ.ค.) แจ้งว่าได้ประกาศโปรแกรมคลาดเคลื่อน โดยในเกม สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด พบ ลำพูน วอริเออร์ เตะวันที่ 13 ธ.ค. 68 และ อุทัยธานี เอฟซี พบ พีที ประจวบ เอฟซี ก็แข่งวันที่ 13 ธ.ค.

นายมิตติ โพสต์ว่า “ผมผิดหวังอีกครั้งที่ไทยลีก ทำงานผิดพลาด แล้วไม่เคยเอ่ยคำขอโทษ ยืนยันเชียงราย ลำพูน แข่งวันเสาร์ 13 ธันวาคม 2568 เราทำงานหาเงิน หาคนดู สร้างกระแสฟุตบอลไทย หาเงินจ่ายหนี้เก่าที่ค้างนักฟุตบอล แต่ส่วนกลางกลับทำงานแย่ๆ ไม่รับผิดชอบอะไร ทุกอย่างเป็นภาระกับสโมสรสมาชิก การทำฟุตบอลให้เป็นอาชีพ เป็นธุรกิจจริงๆ สำหรับคนที่สนใจหรืออยากสร้างโมเดลกีฬาใหม่ เกิดยากจริงๆ ถ้ายังบริหารแบบนี้”
“ผมก็ยังคิดอยู่ว่าเราจะสู้เพื่อให้บอลไทยกลับมาให้คนดูเยอะๆ เหมือนเดิมทำไม ในเมื่อการบริหารยังแย่เหมือนเดิม”
“กราบขอโทษแฟนบอลเชียงรายทุกท่านนะครับที่ต้องเลื่อนโปรแกรมไปๆ มาๆ ถ้าไม่ลำบากเกินไปขอเชิญทุกท่านมาดูบอลเสาร์นี้นะครับ”

ขณะที่ “บับเบิ้ล” ยิ่งรัก รักษ์สุวรรณ สื่อฟุตบอลรุ่นเก๋า ก็แคปภาพจากเฟซบุ๊กของ นายมิตติ พร้อมเปิดเผยเพิ่มเติมว่า ไม่ใช่แค่คู่นี้ หลายคู่ที่ตกค้างก็ไม่เคลียร์ว่าจะเตะวันไหนกันแน่ ไม่มีประกาศยืนยันให้แฟนบอลหรือคนทั่วไปได้รับรู้ บางทีหนักหนาถึงขั้นเพิ่งแจ้งคิวถ่ายทอดสดด้วยซ้ำ เล่นเอาคนทำงานปวดหัว คู่ตกค้าง ราชบุรี-สิงห์ เชียงราย ที่เลื่อนเพราะฝนตกคงต้องเตะใหม่วันที่ 24 ธ.ค. แต่ยังไม่เห็นยืนยันโปรแกรม รวมถึงโปรแกรม “เลกสอง” ที่หลายสื่อเอามาลงเพจกันหมดแล้ว แต่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ “ไทยลีก” ยังไม่อัพ ทำไมไม่พัฒนาสักที
บับเบิ้ล ยังแนะนำว่า ควรแยก “ไทยลีก” มาบริหารจัดการเองเสียที ถ้ายังอยู่ใต้ สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ก็คงได้คุณภาพและมาตรฐานแบบเดิมๆ ทุกวันนี้คนทำทีมเริ่มออกมาบ่นกันเยอะแล้วว่าไม่มีการเรียกประชุม ไม่มีระดมความคิดเห็นเพื่อที่จะวางแผนพัฒนาไปข้างหน้า ปัญหาคือใครต่อใครก็เข้าไม่ถึง “ประธานบริษัทไทยลีก” ที่เป็นแค่ในนาม แต่ในทางปฏิบัติไม่ต้องพูดถึง
เอาเป็นว่าถ้า “ไทยลีก” ไม่แยกออกมาบริหารแบบเอกเทศ ปัญหาเดิมๆ หลายๆ อย่างคงไม่หมดไปสักที แล้วนั่นจะย้อนกลับมาตรงที่ “โค้ชฮั่น” โพสต์นั่นละ
“การทำฟุตบอลให้เป็นอาชีพ เป็นธุรกิจจริงๆ สำหรับคนที่สนใจหรืออยากสร้างโมเดลกีฬาใหม่ เกิดยากจริงๆ ถ้ายังบริหารแบบนี้”




