
แม้อุทกภัยรุนแรงที่คร่าชีวิตผู้คนหลายร้อยรายในอินโดนีเซีย จะเกิดจากฝนมรสุมและพายุโซนร้อนเป็นหลัก แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายชี้ว่า การตัดไม้ทำลายป่าที่เกิดขึ้นต่อเนื่องก็ทำให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้น เพราะพื้นที่ที่เคยช่วยซับน้ำและยึดหน้าดินกำลังหายไป เมื่อป่าไม้ลดลง น้ำฝนก็ไหลลงสู่ลำน้ำเร็วขึ้นและควบคุมได้ยากกว่าเดิม
นักสิ่งแวดล้อมและเจ้าหน้าที่รัฐต่างระบุว่า เมื่อป่าไม้ถูกแผ้วถาง ดินจะอุ้มน้ำได้น้อยลง น้ำฝนจึงไหลลงสู่ลำน้ำอย่างรวดเร็ว และทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันหรือดินถล่มได้ง่าย อินโดนีเซียเผชิญปัญหานี้อย่างหนัก เพราะเป็นหนึ่งในประเทศที่สูญเสียป่าไม้มากที่สุดในโลกจากการทำเหมือง การขยายพื้นที่เพาะปลูก และไฟป่าที่เกิดถี่ขึ้นในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา
ข้อมูลจากโครงการนูซันตารา แอตลาส ภายใต้บริษัทอนุรักษ์ เดอะ ทรีแมป (The TreeMap) ระบุว่า ในปี 2567 อินโดนีเซียสูญเสียพื้นที่ป่าปฐมภูมิมากกว่า 240,000 เฮกตาร์ แม้จะน้อยกว่าปีก่อนหน้า ทว่าตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าป่าฝนอันอุดมสมบูรณ์ยังถูกกัดเซาะอย่างต่อเนื่อง

เดวิด กาโว ผู้ก่อตั้งเดอะ ทรีแมป อธิบายว่า ป่าต้นน้ำทำงานคล้ายฟองน้ำ โดยเรือนยอดช่วยรับน้ำฝนส่วนหนึ่งก่อนถึงพื้น และรากไม้ช่วยยึดดินให้ไม่พังทลาย เมื่อพื้นที่ดังกล่าวถูกทำลาย น้ำฝนก็จะไหลลงสู่แม่น้ำอย่างรวดเร็ว จนเกิดน้ำท่วมฉับพลันอย่างที่ผ่านๆ มา
หลายองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมจึงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งปกป้องป่าไม้ที่ยังเหลืออยู่ เพราะป่าเหล่านี้ช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ เช่น ลิงอุรังอุตัง ซึ่งประธานาธิบดี พล.ท.ปราโบโว ซูเบียนโต ก็ได้ออกมาแสดงความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยกล่าวว่า อินโดนีเซียต้องควบคุมการตัดไม้ทำลายป่าอย่างจริงจัง เนื่องจากผลกระทบจากภัยพิบัติเริ่มปรากฏชัดมากขึ้นทุกปี
ในขณะเดียวกัน กระทรวงป่าไม้อินโดนีเซียกำลังสอบสวนข้อกล่าวหาเรื่องการตัดไม้ผิดกฎหมายในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ‘ราจา จูลี อันโตนี‘ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงป่าไม้ เสริมว่า เหตุการณ์ครั้งนี้คือ ‘โอกาสในการประเมินนโยบายของอินโดนีเซีย‘ โดยเฉพาะการกำกับดูแลการใช้ที่ดินที่ถูกตั้งคำถามมาอย่างต่อเนื่อง
‘กิกิ เทาฟิก‘ หัวหน้าโครงการรณรงค์ป่าไม้ของกรีนพีซ อินโดนีเซีย ชี้ว่า เกาะสุมาตรา ซึ่งเสียหายจากน้ำท่วมหนักที่สุด มีความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษเพราะพื้นที่ลุ่มน้ำมีขนาดเล็ก การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าไม้ครั้งใหญ่จึงส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันง่ายขึ้น เขายังกล่าวว่ารัฐบาล ‘ประมาทและหละหลวม’ ในการออกใบอนุญาตสำหรับการทำเหมืองและขยายพื้นที่เพาะปลูก
ด้าน ‘เฮอร์รี ปูร์โนโม‘ ผู้อำนวยการประจำอินโดนีเซียของศูนย์วิจัยป่าไม้นานาชาติและวนเกษตรโลก (CIFOR-ICRAF) กล่าวว่า เกาะสุมาตรามีอัตราการตัดไม้ทำลายป่าสูงที่สุดในประเทศ ส่งผลให้ดินถูกชะล้างลงสู่แม่น้ำจนร่องน้ำตื้น และทำให้พื้นที่รองรับฝนหนักได้น้อยลงอย่างมาก เขาย้ำว่า หากต้องการลดความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน อินโดนีเซียจำเป็นต้องเร่งหยุดการตัดไม้ทำลายป่าและฟื้นฟูพื้นที่ป่าที่เสื่อมโทรม เพื่อให้ภูมิประเทศกลับมารับน้ำได้ดีขึ้นในระยะยาว



