เมื่อเวลา 15.25 น. วันที่ 9 ธ.ค. ที่ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 6/2568 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงโดยนายกฯ กล่าวว่า วันนี้ถือว่าเป็นการประชุมที่ตนให้ความสำคัญเพราะท่านทั้งหลายคือหัวหน้าส่วนราชการ ซึ่งคือผู้ที่จะต้องขับเคลื่อนการบริหารราชการแผ่นดินให้เกิดความต่อเนื่อง ไม่ว่าจะมีสถานการณ์ทางการเมืองใดๆ ที่เกิดขึ้น เวลาของรัฐบาลของตน มันก็ต้องนับถอยหลังแล้ว เพราะเรามีภารกิจที่เข้ามาเพื่อดำเนินการทางการเมืองให้เรียบร้อย และคืนอำนาจกลับคืนสู่ประชาชน เพื่อให้เขาได้ตัดสินใจมีรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาดำเนินการต่อไป ดังนั้นความสำคัญของหัวหน้าส่วนราชการ ที่ต้องคอยประคับประคองขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ที่รัฐบาลที่ผ่านมา รวมถึงรัฐบาลของตนด้วย ก็ขอให้ท่านได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ เพราะหากมีการยุบสภา ซึ่งไม่นานจากนี้แล้ว เพียงแต่ยังไม่รู้ วัน และเวลาที่แน่นอนเมื่อไหร่เท่านั้นเอง แต่เต็มที่ไม่เกินวันที่ 31 ม.ค.2569 แต่ท่าทางจะไม่ถึงมากกว่า 

นายกฯ กล่าวต่อว่า ดังนั้นในขณะที่เป็นรัฐบาลรักษาการ ตนขออยากให้คำมั่นสัญญากับพวกท่านในฐานะที่ท่านเป็นข้าราชการประจำ ขอให้ท่านไม่ต้องแผ่ว สิ่งที่มันผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปแล้ว หรือผ่านรัฐสภาไปแล้ว ก็ขอให้ท่านได้ดำเนินการขับเคลื่อนเหยียบคันเร่งให้เต็มที่ เพราะทุกสิ่งจะได้ตกไปถึงประชาชนและเป็นประโยชน์กับชาติ ด้วยความรวดเร็ว และล่าสุดก็ยังมีเรื่องที่เรามีความขัดแย้งกับกัมพูชา ซึ่งเราจะต้องร่วมกันเดินหน้าต่อไป หยุดไม่ได้ เพราะถ้าหยุดก็แพ้ทันที เราไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากเดินหน้าต่อด้วยการผนึกกำลังกัน

“ถึงแม้ว่าจะมีการยุบสภาเกิดขึ้นในอีกไม่นานนี้ แต่ภายใต้รัฐธรรมนูญ พวกเรายังคงต้องทำงานด้วยกัน จนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ และครม.ชุดใหม่ จนกว่า ครม.ชุดใหม่จะเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ ซึ่งนับดูคร่าวๆ ก็ยังเจอกันอีกระยะเวลายาวนาน ได้ทำบุญ 100 วันแน่นอน ขอให้มีความมั่นใจว่าผมก็ยังดำรงตนให้ภารกิจของพวกท่านสำเร็จในทุกกรณี แม้จะมีกฎระเบียบอะไรต่างๆ มากมาย ผมถือว่าถ้าเจตนาดี และเจตนาที่จะทำอะไรให้เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง ถ้ามีสิ่งจำเป็นที่จะต้องตัดสินใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงนี้ก็จะมีเหตุการณ์อะไรที่เราคาดไม่ถึง ก็ขอให้มั่นใจว่า ผมก็จะใช้ทุกหนทาง ทุกวิถีทาง ที่จะทำให้ทุกอย่างดำเนินไปได้ด้วยความราบรื่น” นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวอีกว่า หลายคนใดที่นี้ ได้สัมผัสและทำงานร่วมกัน การตัดสินใจตนถือว่า ตนก็มีความรวดเร็ว ใช้เจตนารมณ์ความเชื่อถือพวกท่านเป็นหลัก พวกท่านกล้าที่จะลงนามมา ตนก็กล้าที่จะให้ความร่วมมือในการที่จะให้ความเห็นชอบ เราต้องเข้าใจซึ่งกันและกัน มันอาจมีสิ่งที่เราไม่คาดคิดเกิดขึ้นในขณะที่เป็นรัฐบาลรักษาการก็ต้องมีการเตรียมพร้อมตลอดเวลา เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ต้องหาช่องทางต่างๆ หากมีความจำเป็นเร่งด่วนใดๆ ที่จะต้องดำเนินการในฐานะที่รัฐบาลจะต้องให้ความเห็นชอบต้องประกาศหรือดำเนินการใดๆ ก็ตาม เพื่อที่จะทำให้ประเทศของเราเดินหน้าต่อไปได้ ให้เกิดความปลอดภัยต่ออธิปไตย ต่อแผ่นดินของเรา สิ่งเหล่านี้ต้องคิดเผื่อๆ เอาไว้ด้วย เราคงไม่ยอมที่จะใช้คำว่ารัฐบาลรักษาการแล้ว ถ้ามีเหตุการณ์คับขันเกิดขึ้น ก็ไม่เป็นอะไร อึดไปอีกนิดหนึ่ง เดี๋ยวรอรัฐบาลใหม่เข้ามา ถ้าเราตัดสินใจผิดหรือไปคิดว่าให้รออีกหน่อยได้ มันอาจจะเกิดความสูญเสียอย่างมากมายต่อประเทศของเรา ตนขอยืนยันว่าจะไม่ปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน.