เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (วานนี้ 10 ธ.ค.) เจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังบูรพา และตำรวจ ได้เข้าควบคุมตัว นางทองลัด กันหา อายุ 63 ปี มายัง สภ.โคกสูง เนื่องจากต้องสงสัยว่ามีพฤติกรรมเป็นสายลับให้กับทหารฝ่ายกัมพูชา 

จากการสอบถาม นางทองลัด ให้การรับว่า เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 68 ได้เข้าไปที่บริเวณ จต.ส.40 จริง เนื่องจากจะเข้าไปดับไฟที่กำลังลุกไหม้ป่าอ้อยในที่ของตน ซึ่งอยู่ห่างจาก จต.ส.40 ประมาณ 50 เมตร เพราะมีกระสุนปืนใหญ่ตกทำให้เกิดเพลิงไหม้ โดยภายหลังจากดับไฟเสร็จ ตนได้กลับเข้ามาที่บ้านพัก จากนั้นได้มีเจ้าหน้าที่ทหารเข้ามายืมรถ จยย.พ่วงข้าง เพื่อเข้าไปรับกำลังพลบริเวณแนวชายแดนติดกับบ้านโจกเจย จากนั้นเจ้าหน้าที่ทหารก็นำรถ จยย.พ่วงข้าง มาส่งคืน 

นอกจากนี้สำหรับข้อมูลที่ว่าติดต่อกับชาวกัมพูชาคือ เมื่อวันที่ 8-9 ธ.ค. 68 ได้ติดต่อกับชาวกัมพูชาชื่อ นายภา (เมา ภา) ผ่านแชตเมสเซนเจอร์เฟซบุ๊ก เรื่องที่บ้านของ นายภา ถูกลูกกระสุนปืนใหญ่ลง ได้รับความเสียหายที่บ้านโจกเจย โดยอ้างว่าสาเหตุที่ต้องติดต่อคุยกับนายภา เนื่องจากรู้จักกันมาก่อน เพราะอดีตเคยทำการค้าร่วมกันส่งสินค้าโชห่วย จึงมีความสนิทสนมกัน

ส่วนวันที่ 9 ธ.ค. ได้ติดต่อพูดคุยกับ นายฮอน ชาวกัมพูชา ผ่านแชตเมสเซนเจอร์เฟซบุ๊ก เนื่องจากมีความต้องการติดตามข่าวทางฝั่งกัมพูชา เพราะเป็นลูกน้องเก่าที่เคยทำงานให้ และเป็นหัวหน้าคนงานตัดอ้อย จึงมีความสนิทสนมกันและไว้ใจกัน 

ทั้งนี้กับทางกำนันลี ในห้วงที่ผ่านมา ไม่ได้มีการติดต่อกัน เนื่องจากมีการโกรธเคืองกันเพราะว่าตนได้เคยไปให้สัมภาษณ์กับสื่อไปว่าหลักเขตแดนที่ 46 นั้นเป็นของคนไทย ซึ่งทำให้กำนันลี เกิดความไม่พอใจและโกรธเคืองตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จึงไม่ได้ติดต่อพูดคุยกัน.