เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีดำ อ.2828/2562 ที่ น.ส.อภิสร์ญา พัฒนวรทรัพย์ หรือ “อีฟ แม็กซิม” อดีตรองมิสแม็กซิมไทยแลนด์ 2008 และเป็นอดีตภรรยานายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือเสก โลโซ ร็อกเกอร์ชื่อดัง เป็นโจทก์ฟ้อง นางวิภากร ศุขพิมาย หรือ “กานต์” ภรรยา “เสก โลโซ”, บริษัท ลัสเตอร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด และนายรัฐนนท์ เจียงวิเชียร นักแต่งเพลง เป็นจำเลยที่ 1-3 ตามลำดับในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณาฯ

กรณีเมื่อวันที่ 12 ต.ค. 2562 จำเลยที่ 1 เป็นผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ช่องทาง เฟซบุ๊ก Wiphakorn Karn และ Wiphakorn Sookpimay จำเลยที่ 2 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีจำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญผูกพันบริษัท รายละเอียดปรากฏตามสำเนาหนังสือรับรองบริษัทเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2 จำเลยที่ 3 เป็นนักแต่งเพลง ซึ่งเป็นลูกจ้างหรือผู้รับจ้างของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ข้อ 2 จำเลยทั้งสามได้บังอาจร่วมกันกระทำความผิดต่อกฎหมาย กล่าวคือ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2562 เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยทั้งสามได้บังอาจร่วมกันกระทำความผิดต่อกฎหมาย กล่าวคือ
จำเลยที่ 1 ได้นำเพลงที่จำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 1 ใช้ให้จำเลยที่ 3 เป็นผู้แต่ง เปิดในการที่จำเลยที่ 1 แพร่ภาพสด (Live) หรือถ่ายวิดีโอทางโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ของจำเลยที่ 1 ผ่านเฟซบุ๊ก Wiphakorn Karn ที่จำเลยที่ 1 เป็นผู้ใช้ โดยลักษณะเนื้อเพลงดังกล่าวเป็นการกล่าวหาโจทก์ในลักษณะลดคุณค่าโจทก์และบุคคลทั่วไปที่พบเห็นเข้าใจว่าโจทก์คือคนไม่ดี ทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง รายละเอียดปรากฏตามสำเนาภาพถ่ายจากสื่อสังคมออนไลน์ และสำเนาข้อความเนื้อเพลงที่โจทก์บันทึกจากการฟังการแพร่ภาพสด (Live) หรือถ่ายวิดีโอของจำเลยที่ 1 เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 3 และ 4 ส่วนคลิปภาพสด (Live) หรือวิดีโอจากสื่อสังคมออนไลน์ รายละเอียดโจทก์ขอนำเสนอในชั้นพิจารณาต่อไป เหตุตามฟ้อง เกิดขึ้นทั่วราชอาณาจักร เกี่ยวเนื่องกัน

ศาลไต่สวนมูลฟ้องโจทก์แล้ว เห็นว่าคดีมีมูลให้ประทับฟ้องคดีไว้พิจารณา ขณะที่พวกจำเลยให้การปฏิเสธ และได้รับการประกันตัว
คดีนี้ศาลชั้นต้น เห็นว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องจริงพิพากษาลงโทษจำคุก นางวิภากร จำเลยที่ 1 รวม 6 เดือน ไม่รอลงอาญา ส่วนจำเลยที่ 2 บริษัท ลัสเตอร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ปรับเงิน 50,000 บาท และนายรัฐนนท์ จำเลยที่ 3 จำคุก 6 เดือน ให้รอลงอาญา 2 ปี ปรับ 20,000 บาท โดยพวกจำเลยยื่นอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้วเห็นว่า อุทธรณ์ของฝ่ายจำเลยมีน้ำหนักให้รับฟังหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้ อุทธรณ์พวกจำเลยฟังขึ้น ที่ศาลล่างพิพากษาลงโทษพวกจำเลยมานั้น ศาลอุทธรณ์ ไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษากลับยกฟ้อง โจทก์ยื่นฎีกา ขอให้ลงโทษพวกจำเลยด้วย

ศาลฎีกาตรวจสำนวนและปรึกษากันแล้วเห็นว่า แม้เนื้อหาของเพลงที่ นางวิภากร จำเลยที่ 1 เปิดทางสื่อออนไลน์จะทำให้ผู้รับฟังสามารถเชื่อมโยงได้ว่า เกี่ยวกับเหตุการณ์ความไม่พอใจระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 1 แต่การกระทำและถ้อยคำที่จำเลยที่ 1 พูดในเพลงไม่ถึงขนาดเป็นการใส่ความโจทก์ เป็นเพียงการกระทำที่ไม่เหมาะไม่ควรเท่านั้น จึงไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และไม่จำต้องวินิจฉัยการกระทำของจำเลยที่ 2-3 และฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายกฟ้อง
ภายหลัง นางวิภากร ให้สัมภาษณ์ว่าวันนี้ศาลตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์ ตนรู้สึกว่ายุติธรรมแล้ว และขอขอบคุณศาลที่ให้ความเมตตา และสิ่งที่ฟ้องเกิดจากเพลงที่ตนเปิดให้ผู้สื่อข่าวฟัง มันไม่มีอะไรเลย สิ่งที่ตนทำไปอาจจะเป็นเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ตนทราบอีกว่าคู่กรณีของตนได้ฟ้องที่ศาลอาญามีนบุรีอีกด้วย ซึ่งจะอิงตามผลของศาลฎีกานี้ หากศาลฎีกายกฟ้อง คู่กรณีก็จะไปยื่นถอนคดีที่อีกศาลเช่นกัน
เมื่อถามถึงกรณีของนายเสกสรรค์ หรือ เสก โลโซ ที่มีการส่งจดหมายออกมาจากเรือนจำเพื่อขอยุติการทำงานภายนอก นางวิภากร กล่าวว่า ตัวของนายเสกสรรค์ มีความเครียดอย่างมาก ประกอบกับมีโรคประจำตัวที่ร้ายแรง อย่าง ไบโพลาร์ และโรคซึมเศร้า คนที่อยู่ข้างในไม่ใครสบายอย่างแน่นอน โดยทางบ้านมีความกังวลใจ เนื่องจากมีตัวอย่างนักโทษที่มีอาการคล้ายกัน ได้ทำร้ายตัวเอง ซึ่งขณะอยู่ภายในเรือนจำ นายเสกสรรค์ ได้ทำกิจกรรมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ และทำประโยชน์ในการสอนดนตรี และสอนหนังสือให้ผู้ต้องขังคนอื่น วันละ 6 ชั่วโมง รวมถึงกิจกรรมอื่น ๆ จนทำให้ร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอและมีความเครียด รวมถึงเรื่องกีฬาซีเกมส์ ที่จะนำตัวนายเสกสรรค์ไปเล่นในพิธีเปิดในนามผู้ต้องขังหรือตัวแทนของราชทัณฑ์ ซึ่งตัวของนายเสกสรรค์ไม่ต้องการทำแบบนั้น แต่ต้องการออกไปในนามของ เสก โลโซ มากกว่า

นางวิภากร กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่มีภาพนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขึ้นเวทีร้องเพลงกับนายเสกสรรค์ นั้น ตนยังไม่ทราบเรื่อง เพราะไม่ได้เข้าเยี่ยมมานานกว่า 10 วันแล้ว และการเข้าเยี่ยมแต่ละครั้ง มีความยากลำบากกว่าเดิม เนื่องจากภายหลังที่มีข่าวเรื่องของกลุ่มจีนเทา ทำให้ราชทัณฑ์เข้มงวดกับเรื่องการเยี่ยมญาติมากกว่าเดิม และขอยืนยันว่าเวลาที่ตนเข้าเยี่ยมก็ไม่ได้มีอภิสิทธิ์ใด ๆ
ตอนนี้ตนเป็นห่วงเพราะนายเสกสรรค์ทำงานหนักมาก เพราะทางราชทัณฑ์ต้องการอะไรก็สั่งนายเสกสรรค์เหมือนเป็นคนใช้ เพราะกังวลในเรื่องของการเพิ่มโทษหรือสิทธิในการลดโทษ และช่วงหลังมีอาการเครียดจนทานอาหารได้น้อยลง และกักตัวอยู่ในห้องขัง เนื่องจากราชทัณฑ์ไม่อนุญาตให้ลูกหรือทีมงานเข้าเยี่ยม รวมถึงเป็นห่วงคดีของตนในวันนี้ เพราะกลัวว่าจะติดคุกทั้งพ่อทั้งแม่จนไม่มีใครดูแลลูกและญาติคนอื่น อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้กล่าวล่วงเกินราชทัณฑ์หรือเจ้าหน้าที่ แต่อยากฝากไปว่าต้องปรับปรุงการดูแลผู้ต้องขังภายในเรือนจำ
นางวิภากร กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ตนอยากฝากขอบคุณแฟนคลับของนายเสกสรรค์ ไม่เคยรังเกียจที่เจ้าตัวกลายเป็นผู้ต้องขัง ต้องไปอยู่ภายในเรือนจำ แฟนคลับทุกคนคือกำลังใจสำคัญที่ทำให้นายเสกสรรค์มีแรงจูงใจที่จะใช้ชีวิตต่อ ตนได้นำข้อความความคิดถึงไปบอกเจ้าตัว และหลังจากนี้ก็จะหาเวลาไปบอกผลคดีของตนในวันนี้ รวมถึงกำลังใจจากแฟนคลับภายนอกด้วย



