เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.ศูนย์สำรวจความคิดเห็นสถาบันพระปกเกล้า (KPI Poll)  เปิดเผยผลสำรวจความเห็นประชาชนเรื่อง “เสียงประชาชนต่อการเมืองและการเลือกตั้งใหม่” ระหว่างวันที่ 30 พ.ย. – 10 ธ.ค. 2568 กลุ่มตัวอย่าง 2,016 คน พบว่าประชาชนมอง ร้อยละ 45.7 มองว่าภาพรวมการเมืองไทยกำลังแย่ลง ร้อยละ 41.5 ระบุว่าเหมือน ๆ เดิม ร้อยละ 9.3 ระบุว่า กำลังดีขึ้น และร้อยละ 3.5 ไม่มีความคิดเห็น ต่อประเด็นดังกล่าว ส่วนคำถามเรื่องคุณสมบัติสำคัญที่สุดของนายกรัฐมนตรีคนต่อไป กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 36.2 ระบุว่า แก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องได้จริง ร้อยละ 17.8 ระบุ มีความซื่อตรง ร้อยละ 9.2 ระบุต้องรับฟังเสียงประชาชน ร้อยละ 9 ระบุต้องมีวิสัยทัศน์ ร้อยละ 8.5 ระบุ ยึดมั่นหลักประชาธิปไตย ร้อยละ 7.6 ระบุ แก้ปัญหาระดับประเทศได้ดี ร้อยละ 5.9 ระบุ คิดไว ตัดสินใจรวดเร็ว ร้อยละ 4.2 ระบุ มีประสบการณ์บริหารราชการแผ่นดิน และ ร้อยละ 1.6 ระบุต้องสื่อสารชัดเจน

เมื่อถามว่าอยากฟังการอภิปราย/ปราศรัย ของหัวหน้าพรรคคนใดมากที่สุด พบว่า ร้อยละ 16.2 ระบุ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ พรรคประชาชน ร้อยละ 15.7 ระบุ นายอนุทิน ชาญวีรกูล พรรคภูมิใจไทย และร้อยละ 14.2 ระบุ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พรรคประชาธิปัตย์ ส่วนร้อยละ 10.9 ระบุว่า ไม่มีความคิดเห็น ร้อยละ 10.8 ระบุว่า นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 6.9 ระบุ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ พรรคไทยสร้างไทย ร้อยละ 6.1 ระบุ ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ พรรคไทยก้าวใหม่ ร้อยละ 6 ระบุ พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ พรรคเศรษฐกิจ ร้อยละ 5.5 ระบุ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค พรรครวมไทยสร้างชาติ ร้อยละ 4.5 ระบุ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส พรรคเสรีรวมไทย ร้อยละ 2.2 ระบุว่า พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง พรรคประชาชาติ และร้อยละ 0.9 ระบุ บุคคลอื่น เช่น นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ และร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า  เป็นต้น 

เมื่อถามถึงการประกาศชื่อแคนดิเดตนายกล่วงหน้ามีผลต่อการตัดสินใจลงคะแนนหรือไม่ กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 38.9 ระบุ ค่อนข้างมีผล ร้อยละ 29.8 ระบุ มีผลอย่างมาก ร้อยละ 20.4 ระบุ ไม่มีอิทธิพล ร้อยละ 7.6 ระบุ ไม่มีผลเลย ร้อยละ 3.3 ระบุ ไม่มีความคิดเห็น ส่วนเมื่อถามต่อว่า หากพรรคที่ชอบเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ ที่ท่านไม่ชอบ จะเปลี่ยนใจเลือกพรรคอื่นหรือไม่ พบว่าร้อยละ 41.6 ระบุ อาจจะเปลี่ยน ร้อยละ 25.2 ระบุไม่น่าจะเปลี่ยนใจ ร้อยละ 17.6 ระบุ เปลี่ยนแน่นอน ร้อยละ 8.7 ระบุ ไม่เปลี่ยนแน่นอน และร้อยละ 6.9 ระบุ ไม่มีความคิดเห็น

สำหรับนโยบายเร่งด่วนอันดับแรกที่อยากให้นายกฯ คนใหม่ดำเนินการ ร้อยละ 19.4 ระบุ ปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน ร้อยละ 16.7 ระบุ แก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน ร้อยละ 16.4 ระบุ ลดค่าครองชีพ ร้อยละ 13.1 ระบุ แก้ไขปัญหาชายแดน ภาคใต้-กัมพูชา ร้อยละ 11.7 ระบุ ปฏิรูปการเมืองทุกระดับ ร้อยละ 9.9 ระบุ ปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์/อาชญากรรมออนไลน์ ร้อยละ 5.7 ระบุ แก้ไขปัญหายาเสพติด/ความปลอดภัยในสังคม ร้อยละ 2.5 ระบุ ปฏิรูประบบสุขภาพ ร้อยละ 1.9 ระบุ แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม และ ร้อยละ 2.7 ระบุ ไม่มีความเห็น.