ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 4/2568” สำรวจระหว่างวันที่ 4-12 ธ.ค. จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ทั่วประเทศ ทั้งสิ้น 2,500 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับคะแนนนิยมทางการเมือง เมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า อันดับหนึ่ง 40.60% ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ 17.20% ระบุว่าเป็น “หัวหน้าเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) 12.32% ระบุว่าเป็น “นายกฯ หนู” อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย 10.76% ระบุว่าเป็น “อดีตนายกฯมาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ 6.28% ระบุว่าเป็น “หัวหน้าหนิม” จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย 3.88% พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ 3.12% “หญิงหน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย

เมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่ประชาชนจะสนับสนุนในวันนี้ พบว่า อันดับหนึ่ง 32.36% ระบุว่า ยังหาพรรคการเมืองที่เหมาะสมไม่ได้ 25.28% ระบุว่าเป็น พรรค ปชน. 11.80% พรรคประชาธิปัตย์ 11.04% พรรคเพื่อไทย 9.92% พรรคภูมิใจไทย 2.76% พรรคเศรษฐกิจ 2.32% พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) 2.00% พรรคไทยสร้างไทย 1.12% ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) 1.36% ระบุพรรคอื่น ๆ
สำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยผลการศึกษาเรื่อง “สำรวจพรรคใหญ่กับพรรคใหม่” สำรวจกลุ่มตัวอย่าง 1,435 คน ทั่วประเทศ เก็บข้อมูล 12–13 ธ.ค. ภายหลังนายกฯ ยุบสภา เมื่อถามถึงพรรคการเมืองขนาดใหญ่ที่ประชาชนตั้งใจจะเลือกที่พบว่า พรรคภูมิใจไทยสูงสุด 14.4% พรรคเพื่อไทย 12% พรรค ปชน. 9.9% พรรคอื่น ๆ รวมกัน 11.5% แต่กลุ่มประชาชนที่ยังไม่ตัดสินใจ ไม่ชอบพรรคใด หรือไม่ระบุ มีสัดส่วนสูงถึง 52.2% ซึ่งมากกว่าครึ่งหนึ่งของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด สะท้อนว่า แม้พรรคใหญ่ยังคงนำในเชิงความนิยม แต่ฐานเสียงที่ยังลังเล ยังคงเปิดกว้าง และการแข่งขันทางนโยบายยังไม่ปิดเกม




เมื่อถามความเห็นของประชาชน ต่อหัวหน้าพรรคการเมืองขนาดใหญ่ที่คาดว่าจะได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง พบว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับการคาดหมายสูงสุด 30.1% รองลงมาคือ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย 17.8% นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ 14.4% ขณะที่กลุ่มอื่น ๆ หรือไม่ตอบ มีสัดส่วน 37.7% ผลดังกล่าวสะท้อนภาพ เต็งหนึ่งหลังยุบสภาของนายอนุทิน ในขณะเดียวกัน ตัวเลขกลุ่มอื่น ๆ ที่ยังสูง สะท้อนว่าประชาชนจำนวนไม่น้อยยังรอดูทิศทางการเมืองและการนำเสนอนโยบายในช่วงหาเสียง เช่นนั้นแล้ว พรรคการเมืองก็ต้องมีนโยบายดึงเสียงกลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจ
ที่โรงแรมเมเปิ้ล โฮเทล พรรค ปชน. จัดงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 เครือข่ายผู้ใช้แรงงานพรรคประชาชน หัวหน้าเท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ บรรยายตอนหนึ่งว่า เรายังมีวาระที่ต้องทำกันต่อไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำงาน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ มีวันหยุดสัปดาห์ละ 2 วัน และยังมีสิทธิอื่นๆ ที่ทุกคนจะต้องช่วยกันผลักดัน จับตาการเลือกบอร์ดประกันสังคม ที่น่าสงสัยเพราะกลับมีการออกระเบียบในการเลือกที่ไม่ได้มีตัวแทนจากฝั่งนายจ้างและผู้ประกันตน แต่เอาฝั่งข้าราชการมาออกกฎระเบียบทั้งหมด

“จากผลสำรวจคะแนนความนิยมของพรรคการเมือง คะแนนก้อนใหญ่ที่สุดก็คือคนที่ยังไม่ได้ตัดสินใจ ซึ่งจากสถานการณ์ที่รุมล้อมพรรคประชาชนในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งไทย-กัมพูชา เรื่องเอ็มโอเอ หรือเรื่องใดก็ตาม ไม่ใช่เรื่องแปลกที่แนวโน้มผลโพลจะออกมาเป็นแบบนี้ แต่พรรค ปชน.ยังมีฐานใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบกับทุกพรรค
เมื่อถึงเวลาใกล้วันเข้าคูหา ทุกคนจะมีภารกิจร่วมกันในการเป็นหัวคะแนนธรรมชาติ โน้มน้าวประชาชนคนไทยที่อาจจะยังไม่รู้ว่าจะโหวตให้ใคร ให้สุดท้ายวันเข้าคูหาโหวตให้กับพรรค ปชน. ยุทธศาสตร์พรรคคือ เปลี่ยนความเชื่อใจให้เป็นความเชื่อมือ ให้คนเชื่อว่า ว่าถ้าเลือกพรรค ปชน.แล้วจะเข้าไปสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง” นายณัฐพงษ์ กล่าว

“สส.ใบพลู” รังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสถานการณ์การสู้รบระหว่างไทย-กัมพูชา ว่า การเลือกตั้งมันยังอีกหลายวันยาวนานเป็นเดือน เราต้องไม่ทำให้เรื่องความขัดแย้งตามแนวชายแดนมันกลายเป็นผลประโยชน์ทางการเมืองของฝ่ายใครก็ตาม ขณะเดียวกันขาที่จะทลายในเรื่องของทุนเทา ทำให้กระเป๋าเงินของฮุน เซน ประธานวุฒิสภา กัมพูชา และชนชั้นนำของกัมพูชาสะเทือน เพื่อตัดน้ำเลี้ยงเครื่องจักรสงคราม คิดว่ามันเงียบหายไป สังคมต้องไม่ลืม ตัวที่ปรึกษาของฮุน เซน ทุกวันนี้ยังไม่มีการออกหมายจับ มันเกิดอะไรขึ้น
ระหว่างวันที่ 15-17 ธ.ค. พรรคภูมิใจไทยจะเนื้อหอมมาก เพราะเป็นวันรับสมัครสมาชิกพรรค และผู้ประสงค์ลงสมัคร สส. เวลา 11.00 น. วันที่ 15 ธ.ค. “รมต.ขิง” เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เตรียมนำอดีต สส.และสมาชิกในกลุ่มสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ประกอบด้วย นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ อดีต สส.ราชบุรี เขต 4 นายจุติ ไกรฤกษ์ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้ จะลงสมัคร สส.พิษณุโลก เขต 5 นายพงษ์มนู ทองหนัก อดีต สส.พิษณุโลก เขต 3 ส่วนกลุ่มชุมพรของนายชุมพล จุลใส มีนายวิชัย สุดสวาส อดีต สส.ชุมพร เขต 1 นายสุพล จุลใส อดีต สส.ชุมพร เขต 3 และนายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ รองนายก อบจ. ที่จะลงสมัครในเขต 2

กลุ่มสุราษฎร์ธานี มี 2 เขต มี น.ส.กานสินี โอภาสรังสรรค์ อดีต สส.สุราษฎร์ธานี เขต 1 และนายธานินทร์ นวลวัฒน์ อดีต สส. เขต 7 ส่วน จ.แพร่ มีนางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู อดีต สส.บัญชีรายชื่อ น.ส.ชนกนันท์ ศุภศิริ ที่จะลงสมัคร สส.ในเขต 1 และนายชนาธิป ศุภศิริ จะลงสมัครในเขต 2 ผู้สมัคร กทม.และปริมณฑล อาทิ นายอนุชา บูรพชัยศรี อดีต สส.บัญชีรายชื่อ น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันท์ อดีต สส.กทม. น.ส.ไพลิน เทียนสุวรรณ อดีต สส.สมุทรปราการ นายพงษ์พล ยอดเมืองเจริญ อดีตเลขานุการ รมว.อุตสาหกรรม รวมถึงทีม กทม.และทีมสุดซอยของนายเอกนัฏด้วย
คนจากพรรค รทสช. ที่จะไปภูมิใจไทย ยังมีกลุ่ม 16 ที่นำโดยนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกฯ และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ด้วย

วันที่ 15 ธ.ค. เวลา 12.00 น. สส.ชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ก็จะย้ายไปภูมิใจไทย ไปแสดงตัวที่พรรค ไปยกพรรค ประกอบด้วย คือ นายวราวุธ ศิลปอาชา นายสรชัด สุจิตต์ นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ นายนพดล มาตรศรี นายเสมอกัน เที่ยงธรรม นายประภัตร โพธสุธน นายศุภโชค ศรีสุขจร นายพาณุวัฒณ์ สะสมทรัพย์ นายอนุชา สะสมทรัพย์ นายอนุรักษ์ จุรีมาศ นายนิกร จำนง นายกนก วงษ์ตระหง่าน เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ลูกท็อป วราวุธ ได้จุดธูปบอก “เตี่ยเติ้ง” บรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกฯ ที่อนุสาวรีย์นายบรรหารแล้ว
“ทีมข่าวการเมือง”



