เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ที่ศูนย์แถลงข่าวร่วม สถานการณ์ไทย-กัมพูชา สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักตำรวจแห่งชาติ กล่าวชี้แจงกรณีที่มีสื่อสังคมออนไลน์นำเสนอข้อมูล มีทหารรับจ้าง พร้อมอาวุธ เข้ามาที่เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานีและเดินทางไปยังประเทศกัมพูชา ว่า ไม่เป็นความจริง โดยทางตำรวจภูธร จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมหน่วยงานความมั่นคง ได้ตรวจสอบข้อมูลแล้ว ยืนยันไม่เป็นความจริง เรื่องนี้ได้ดำเนินคดีกับผู้ส่งต่อข่าวปลอมดังกล่าวตามความผิด พรบ. คอมพิวเตอร์ มีโทษจำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท 

พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ กล่าวอีกว่า ขอเรียนประชาชนในการรับข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา เป็นเรื่องละเอียดอ่อนควรใช้วิจารณ์ ควรฟังข้อมูลจากหน่วยงานราชการและงดการส่งต่อข้อมูล ทั้งนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ได้นิ่งนอนใจในส่วนของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ตม.)ได้ยกระดับการคัดกรองชาวต่างประเทศเข้าสู่ประเทศไทย โดยใช้กำลังพล 100 เปอร์เซ็นต์ ในการตรวจ เพื่อให้ประชาชนสบายใจ เราจะป้องกันบุคคลที่ไม่หวังดีอาจจะแฝงตัวเข้ามาเป็นสายลับหรือจารกรรมก่อเหตุความไม่สงบในประเทศไทย เราจะยกระดับอย่างเต็มที่ 

พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ขอยืนยัน ทั้งในส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติงานแนวหน้าและพิทักษ์พื้นที่สวนหลัง เราจะทำอย่างเต็มความสามารถเพื่อให้ประชาชนปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินและรักษาความสงบเรียบร้อยให้กับประเทศไทย

ด้าน นายชาคริต ปิตานุพงศ์ ผู้อำนวยการกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ขอให้ความมั่นใจกับนักท่องเที่ยวว่าปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่ไฮซีซัน เรื่องคริสต์มาส และเคาท์ดาวน์ปีใหม่ มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยต่อเนื่องกว่า 30 ล้านคน   ซึ่งสถานการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชาส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวเล็กน้อย ประเทศไทยยังมีแหล่งท่องเที่ยว ที่สวยสวยงามและสถานที่น่าท่องเที่ยวพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก ขอยืนยันและให้ความเชื่อมั่นและหวังเป็นอย่างยิ่ง สถานการณ์จะคลี่คลายในเร็วนี้