การขยายวันเลือกตั้งออกไป มีผลให้รัฐบาลชุดนี้อยู่รักษาการยาว สามารถใช้งบกลางโดยขออนุญาต กกต.ได้ ( แต่ไม่สามารถทำโครงการที่ผูกพันงบประมาณไปยังรัฐบาลหน้าได้ ) ดึงคะแนนนิยมได้เพิ่ม อีกทั้งยัง“ฉวยโอกาส”สร้างกระแสชาตินิยมมาใช้หาเสียง และติงว่า เมื่อปลุกกระแสคลั่งชาติขึ้นมา ต้องระวังความเสียหายว่า กระแสนั้นจะไปละเมิดสิทธิมนุษยชน อีกทั้งยังว่า จะเอื้อให้ทหารได้ประโยชน์โดยสร้างเหตุผลในการของบกองทัพเพิ่ม

ว่ากันไปร้อยแปดพันเก้า แต่ก็น่าคิดว่า ทำไมการที่รัฐบาลตอบโต้ประเทศข้างเคียงที่หาเรื่องเหมือนหมาเห่าไม่หยุด พวกนักวิจารณ์ถึงเดือดร้อนชี้ต้องทำโน่นทำนี่ ..ถือว่า เป็นเสรีภาพในการแสดงความเห็นก็ได้  แต่บางพรรคเห็นยกตัวขึ้นขนาดว่า คนของตัวเองเป็นนายกฯ จะไม่เกิดเหตุการณ์ยืดเยื้อเช่นนี้ น่าสนใจว่า“จะใช้วิธีอะไร ?ในเมื่อไทยพยายามอดทนถึงขีดสุดแล้ว ลงนามข้อตกลงร่วมที่มาเลเซียก็แล้ว ยังหาเรื่องกันไม่หยุดหย่อนไปวางทุ่นระเบิดใหม่

มีคนโลกสวยคิดว่า“อยากเป็นนักสิทธิมนุษยชนสากล” ที่ต้องเข้าอกเข้าใจและเรียกร้องให้ต่างชาติเข้าแทรกแซงหรือกดดันให้สองประเทศหยุดโดยเร็ว  แล้วที่ผ่านมา มาเลเซีย, อเมริกาเข้ามา ไม่เรียกว่า “เราใช้กระบวนการต่างชาติ กระบวนการเซ็นข้อตกลงร่วม” หรืออย่างไร ? แต่การหาเรื่องยังเกิดขึ้นเรื่อย ๆให้ทำอย่างไร ?  ถ้าใครบอกให้ไทยแสดงความจริงใจหยุดยิงก่อน ก็หน้าโง่เต็มทน คู่ต่อสู้หน้าด้านมันจะไปพูดว่ามันชนะ แล้วยื่นเงื่อนไขมากมาย

ไทยเดินหน้าทั้งเกมการทูต -สถานการณ์หน้างาน “รมต.อ้วน”สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ทำงานหนักแค่ไหน ตอบโต้อย่างมีชั้นเชิงทุกครั้ง  แล้วถึงจะไม่ชอบนายกฯหนู แต่ก็ลองตรองดูว่าเขาตอบโต้ผู้นำสหรัฐฯ ที่บอกว่า “การที่ทหารเดินเหยียบกับระเบิดเป็นอุบัติเหตุ” ว่า “นี่ไม่ใช่เหตุการณ์อุบัติเหตุริมถนนอย่างแน่นอน ประเทศไทยจะยังคงดำเนินการทางทหารต่อไป จนกว่าเราจะรู้สึกว่าไม่มีอันตรายหรือภัยคุกคามใดๆ” นี่รักษาเกียรติประเทศหรือไม่

รมต.อ้วนได้เล่าถึงการพูดคุยกับมาร์โค รูบิโอ รมต.ต่างประเทศสหรัฐฯ ว่า “ได้ย้ำถึงความมุ่งมั่นของไทยในการธำรงไว้ซึ่งสันติภาพ  ซึ่งสันติภาพต้องมาจากการปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างจริงใจและเป็นรูปธรรม ไทยมีความจำเป็นต้องตอบโต้เพื่อรักษาไว้ซึ่งอธิปไตย และปกป้องประชาชน  เหตุละเมิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยเฉพาะกรณีการวางทุ่นระเบิดซึ่งทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ และเป็นภัยต่อประชาชนนั้น ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็นผลจากการวางทุ่นระเบิดใหม่ในพื้นที่”

เช่นนี้ คือ ผู้มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบพยายามทำให้ดีที่สุด และตั้งอยู่บนผลประโยชน์ของชาติ .. เรื่องความมั่นคง ควรต้องพูดถึงกันอย่างสร้างสามัคคี อย่าพยายามสร้างประเด็นให้ไทยเกลียดไทย เพราะหวังผลเลือกตั้ง อย่าคิดเอาแต่ว่าทุกอย่างคือการจงใจหาเสียง แทนที่จะเชื่อว่าเลี้ยงสถานการณ์สู้รบ ก็ควรไปเชื่อว่า ไม่มีใครอยากให้เกิดการประทะสู้รบหรอก ความสูญเสียมีทั้งชีวิต เลือดเนื้อ เศรษฐกิจ เยียวยามันไม่คุ้ม มีปัญหาให้เพลี่ยงพล้ำ ยิ่งวินาศ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราต้องเรียกร้องต่อสถานการณ์นี้ ให้เห็น“ความจริงใจเพิ่มขึ้น” คือข้อเสนอตัดน้ำเลี้ยงเขมร ทั้งการจัดการเครือข่ายสแกมเมอร์ ทุนเทา บ่อนกาสิโน ให้เห็นการยึดทรัพย์เอาเครือข่ายเข้าคุกจริงๆ ซึ่งตอนนี้ดูเหมือนสถานการณ์ประทะทำให้เรื่องเงียบ กับอีกอย่างคือ รัฐต้องแอคชั่นแรง จัดการเรื่องที่เขมรพยายามเคลมศิลปวัฒนธรรมไทย ทั้งอาหาร กีฬา การแต่งกาย เทศกาล ไปอ้างว่ามันเป็นต้นตำรับดูมาจากผนังนครวัด  อย่าปล่อยให้ตีกินง่ายๆ

สินค้าวัฒนธรรม ซอฟต์พาวเวอร์ของไทย มีมูลค่ามหาศาล รัฐบาลไหนปล่อยโดนขโมยควรโดนด่าขายชาติ