ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบระหว่างไทย-กัมพูชา ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนในสายตาชาวโลก นักแสดงและพิธีกรฝีปากกล้า “ดีเจมะตูม เตชินท์ พลอยเพชร” ได้ออกมาเคลื่อนไหวด้วยความจริงจากฝั่งไทยแม้จะต้องแลกกับการสูญเสียยอดผู้ติดตามเกือบแสน และถูกแบนบัญชีใน TikTok แต่เจ้าตัวก็ยังเดินหน้าทำคลิปชี้แจงข้อเท็จจริงในหลายภาษา เพื่อโต้แย้งการพาดหัวข่าวของ CNN ที่ทำให้คนต่างชาติเข้าใจประเทศไทยผิด

โดย ดีเจมะตูม เปิดใจขณะมาร่วมงาน Grand Opening “SARAN” แบรนด์ยีนสัญชาติไทย โดยระบุว่าเหตุผลที่ต้องออกมาเป็นหนึ่งในกระบอกเสียงชี้แจงความจริงว่า “คือจริงๆ มันเป็นเรื่องที่ตูมไม่ได้เพิ่งทำนะ ตูมก็ทำของตูมมาตลอดอยู่แล้ว เนื่องจากเรามีคนติดตาม คู่ค้า คู่ธุรกิจต่างชาติเยอะ ตั้งแต่เราไปทำงานทั้งที่เวียดนามและเกาหลี พอมันมีพาดหัวข่าวที่เรารู้สึกว่า อันนี้มันบิดเบือนข้อเท็จจริงไประดับหนึ่งเลย ตูมเลยคิดว่าต้องใช้พื้นที่ของตัวเอง ในการบอกเพื่อนๆ ของเรา จุดประสงค์ของตูมคือแค่คนติดตามตูม ให้รู้ว่าถ้าเกิดคุณไปเห็นข่าวจากอินเตอร์เนชั่นแนลนิวส์ ที่มันพาดหัวโจมตีทางประเทศเรา อยากให้ฟังอีกมุมหนึ่งจากเรานะ ใครจะเชื่อยังไงก็แล้วแต่เลย แต่ตูมขอใช้พื้นที่ตูมในการปกป้อง เพราะว่าตูมเป็นคนไทย ถ้าไม่ปกป้องประเทศตัวเอง ก็ไม่รู้จะไปปกป้องประเทศใครแล้วครับ”

“ผู้ติดตามลดไปเยอะ (หัวเราะ) แล้วก็โดนกดสแปมเยอะอยู่ครับ ตอนนี้ติ๊กต็อกตูมโดนแบนไปเลย โดนปิดกั้นไปเลย คลิปของตูมมันขึ้นว่าไม่มีสิทธิแนะนำเลย มันโดนสแปมและบล็อกครับ น่าจะเป็นจากฝั่งเพื่อนบ้านทั้งหมด แต่เราก็ไม่เซ็งนะครับ เพราะเวลาตูมเห็นคนฝั่งบ้านเขาออกมาปกป้องฝั่งเขา ชาวเน็ตบ้านเราก็ไปต่อสู้เหมือนกัน นักรบไม่ได้อยู่แค่ชายแดนนะครับ อยู่ที่ออนไลน์ด้วย เพราะฉะนั้นตูมเลยว่า ตูมไม่ได้ต้องการออกมาเพื่อให้สองประเทศแตกแยกกัน แต่ตอนนี้มันมีการแตกแยกแล้ว ในฐานะคนไทย เลยต้องการที่จะเป็นสื่อกลางในการชี้แจงข้อเท็จจริงและมุมมอง ว่ามันเกิดอะไรขึ้นในประเทศไทย”

มะตูม เผยต่อว่า “ถ้าเกิดเรามองเป็นธุรกิจ ตอนนี้ตูมโดนสแปมติ๊กต็อก ผู้ติดตามในไอจีลดไป 9 หมื่น จะครบ 1 แสนแล้ว ตูมอาจจะเสียคนไปแสนนึง แต่คน 3 ล้านกว่าได้เห็นคำพูดของเรา ที่มันสำคัญและเป็นนัย เป็นภาพลักษณ์ของประเทศเรา คุ้มแล้วครับ ต้องขอบคุณโซเชียลและขอบคุณคนที่ช่วยกันแชร์ คือต่อให้คุณไม่ออกมาทำคลิปเหมือนตูม หรือไม่ออกมาเป็นกระบอกเสียงก็ตาม แต่การแชร์มันก็เป็นกระบอกเสียงนะ อย่างน้อยก็ทำให้ทั่วโลกรู้สึกว่าไทยรักสงบ แต่รบก็ไม่ได้ขลาด ไม่ได้กลัวอยู่แล้วครับ”

“ถ้าเป็นเรื่องของความปลอดภัย ตูมมองว่านี่ประเทศตูม บ้านเมืองตูม ตูมเดินไปไหนตูมยังไม่ต้องระแวงอะไร แต่เข้าใจว่าเราไม่สามารถเหมารวมทุกอย่างในประเทศได้ว่ามันปลอดภัย เหมือนกับที่ตูมไม่เคยเหมารวมประเทศเพื่อนบ้านว่าแย่ทั้งหมด เพราะชุดข้อมูลของเขาและเราที่ได้รับ มันไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นแล้วแฟร์ใครแฟร์มัน บ้านใครบ้านมัน ถิ่นใครถิ่นมัน ตูมเกิดตรงนี้ ตูมตายตรงนี้ครับ เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวอยู่แล้ว ในการที่จะเดินไปไหนในประเทศไทยครับ”

มะตูม เผยอีกว่า “ตูมว่ารอการเมืองนิ่งสงบดีกว่า การปกป้องชาติมันทำได้หลายรูปแบบ จริงๆ มีเพื่อนในวงการหลายคน ที่เขาไม่ต้องออกมาเป็นกระบอกเสียง แต่ตอนนี้บริจาคเลือดอยู่สภากาชาดไทยนะ มันมีจริงๆ นะครับ ทุกคนไม่จำเป็นต้องชื่นชมตูมเลย เพราะนี่ไม่ใช่ผลงานที่อยากได้คำชื่นชม อันนี้เป็นหน้าที่และจิตสำนึกของมะตูม ที่เป็นปุถุชนคนไทยคนหนึ่งเท่านั้น สิ่งนี้เราไม่บังคับกัน มันมีคนไทยอีกหลายคนมาก ที่ส่งกำลังใจมา ส่งข้อความมา หรือต้องการจะออกมาเป็นกระบอกเสียง ฝากตูมช่วยพูดหน่อย เพราะตัวเขาไม่สามารถออกมาได้ ตูมอยากให้พื้นที่ตรงนี้กับพวกเขาด้วย เพราะไม่อยากให้มานั่งจับผิดและทะเลาะกันเองในชาติ ความแตกร้าวข้ามชาติมันเยอะมากพอแล้ว

“อีกไม่กี่อาทิตย์จะปีหน้า ตูมอยากให้คนไทยรู้รักชาติ รักสามัคคีได้แล้ว หยุดเถียงกันเองว่าใครเริ่มใครไม่เริ่ม ทำไมคนนี้ออก คนนี้ไม่ออก ตูมมองว่าอันนี้มันปัญหายิบย่อย ปัญหาหลักๆ คือทำยังไงให้เราสามัคคีกันมากที่สุด ให้ชาติเราก้าวข้ามวิกฤตินี้ เพราะสงครามมันไม่มีใครชนะหรอกครับ มีแต่แพ้ทั้งคู่อยู่แล้ว ณ วันนี้คนไทยควรจับมือกันให้มากที่สุด และฝ่าฟันอุปสรรคนี้ไปด้วยกัน ตูมเชื่อว่าไทยเท่านั้น ที่จะพาให้ไทยรอดครับ ตูมไม่รู้ว่าข้อความนี้ จะส่งไปถึงเหล่าตชด. หรือทหารตระเวนชายแดนทุกๆ ท่านไหม แต่ต้องขอบคุณจริงๆ ที่เป็นกระดูกสันหลังของชาติ เป็นแกนของชาติที่ปกป้องศัตรู อยากให้คนไทยทุกคนส่งกำลังใจไปให้พ่อแม่พี่น้องเขตชายแดน และบรรดาทหารกล้าทุกคน ที่สละเวลา สละชีวิต ถ้าเกิดมีครอบครัวของพี่ๆ ทหารดูอยู่ ดีเจมะตูมนะครับพี่ ขอส่งกำลังใจให้พ่อแม่พี่น้องทหารทุกคน ขอให้ทุกคนสู้ไปให้ถึงที่สุด ตูมเชื่อว่าเราจะผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกันได้อย่างแน่นอน สู้ครับไทยแลนด์”

ขอบคุณภาพจาก: dj_matoom