เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ที่ศูนย์แถลงข่าวร่วม สถานการณ์ไทย-กัมพูชา สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง โฆษก ตร.) กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกอย่างเข้มข้น เริ่มตั้งแต่การระดมกวาดล้างอาชญากรรม เพิ่มความถี่ในการตรวจตราและป้องกันเหตุในช่วงสถานการณ์ไม่ปกติ นอกจากนี้ ยังมีการตรวจสอบพื้นที่จัดงาน หรือสถานที่ที่มีประชาชนรวมตัวเป็นจำนวนมาก โดยจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด ในด้านมาตรการข่าวกรอง ได้เพิ่มความเข้มทั้งการข่าวภายในประเทศ และการข่าวระหว่างประเทศ โดยเฉพาะช่วงเทศกาล ซึ่งประชาชนอาจรวมกลุ่มเฉลิมฉลองตามจุดต่างๆ ถือเป็นพื้นที่เสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน ยังเน้นบังคับใช้กฎหมายด้านการจราจรอย่างจริงจัง รองรับการเดินทางกลับภูมิลำเนาและการท่องเที่ยวช่วงเทศกาล เพื่อให้การเดินทางของประชาชนเป็นไปอย่างปลอดภัยและคล่องตัว อย่างไรก็ตาม ในภาพรวม ได้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นในทุกมิติ รวมถึงการยกระดับการคัดกรองบุคคลต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย ซึ่งอาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของราชอาณาจักรสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้ใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คนเข้าเมืองในการตรวจสอบพฤติการณ์บุคคลที่เข้าข่ายเสี่ยงและดำเนินการปฏิเสธการเข้าเมืองทันที สำหรับข้อมูลล่าสุดในช่วงเดือนธันวาคม แม้กัมพูชาจะอยู่ในกลุ่มประเทศฟรีวีซ่า 93 ประเทศ แต่จากการตรวจสอบอย่างเข้มข้นพบว่ามีชาวกัมพูชาถูกปฏิเสธการเข้าเมืองแล้ว 78 คน

พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังมีชาวต่างชาติกลุ่มเสี่ยง ที่ประเมินว่าอาจเกี่ยวข้องกับนักรบรับจ้างถูกปฏิเสธการเข้าประเทศไทยอีก 128 คน ทั้งหมดเป็นตัวเลขเฉพาะช่วงเดือนธันวาคม ซึ่งผ่านไปเพียงกว่า 10 วันเท่านั้น ส่วนกรณีข่าวการแจ้งเตือนเกี่ยวกับทหารรับจ้างในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมานั้น เป็นข้อมูลการพูดคุยในวงข่าวของหน่วยข่าวกรอง ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมาเมื่อได้รับข้อมูลได้มีการแจ้งเตือนและสั่งการให้ตรวจสอบทันที โดยขณะนี้ยังไม่พบความเคลื่อนไหวผิดปกติในพื้นที่แต่อย่างไรก็ตาม ยังคงเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ กล่าวอีกว่า พร้อมกันนี้ ขอความร่วมมือประชาชน ช่วยเป็นหูเป็นตาในการดูแลความมั่นคงของประเทศ หากพบวัตถุต้องสงสัย บุคคลต้องสงสัย หรืออากาศยานไร้คนขับ หรือโดรนผิดปกติ สามารถแจ้งสายด่วน 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชม. ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจร่วมกันในการช่วยรักษาอธิปไตยและความปลอดภัยของประเทศ