เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. ที่พรรคประชาธิปัตย์ น.ส.เสาวนีย์ ช่วยชูหนู ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรผู้เพาะปลูกต้นกล้ากระท่อม พร้อมเกษตรกรกว่า 20 คน เดินทางจาก จ.ชุมพร เข้ายื่นหนังสือต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และคณะกรรมการบริหารพรรคฯ โดยมีนายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคฯ ดูแลภาคใต้ รับเรื่อง เพื่อขอให้พรรคประชาธิปัตย์ยกเลิกการสนับสนุนส่งนายสราวุธ อ่อนละมัย ลงสมัครรับเลือกตั้งสส.เขตเลือกตั้งที่ 2 จ.ชุมพร ซึ่งเป็นบุตรชายของนายศิริศักดิ์อ่อนละมัย อดีตสส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์
ทั้งนี้ น.ส.เสาวนีย์ กล่าวว่า เนื่องจากเมื่อปี 2565-2566 นายศิริศักดิ์อาศัยความไว้เนื้อเชื่อใจจากชาวชุมพร และความเป็นอดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ชักชวนให้เกษตรกรหลาย 100 ครัวเรือน เพาะปลูกต้นกล้ากระท่อม โดยนายศิริศักดิ์อ้างว่าเป็นตัวแทนสามารถนำส่งขายต่อบริษัทผู้รับซื้อได้ ต้นละ 30 บาท แต่นายศิริศักดิ์ขอเก็บเงินประกันจากเกษตรกรเบื้องต้นก่อนต้นละบาท สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการเพื่อป้องกันความเสียหายที่เกษตรกรอาจจะไม่นำส่งต้นกล้า ทำให้เกษตรกรหลาย100 ราย รวมตัวกันปลูกต้นกล้ากระท่อมนับล้านต้น มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ทั้งในจ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ฯลฯ เพื่อเข้าโครงการ และหลายรายยอมจ่ายค่าประกัน ตามความต้องการของนายศิริศักดิ์
น.ส.เสาวนีย์ กล่าวอีกว่า ไม่ปรากฏว่าบริษัทมารับซื้อต้นกล้ากระท่อม ซึ่งนายศิริศักดิ ไม่รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงไม่ยอมคืนเงินประกันดังกล่าว นับล้านบาท กลุ่มเกษตรกรในพื้นที่พยายามหาทางออกร่วมกับนายสราวุธ แต่ก็โดนเพิกเฉย และนายศิริศักดิ์ยังฟ้องร้องเกษตรกรข้อหาหมิ่นประมาท ที่ศาลในกรุงเทพฯ แต่ศาลยกฟ้องทุกคดี ทำให้กลุ่มเกษตรกรร่วมตัวกันฟ้องกลับนายศิริศักดิ์ ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน โดยศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์พิพากษาแล้วว่า นายศิริศักดิ์มีความผิดสั่งจำคุก 3 ปี แต่ยังไม่มีการชดใช้ค่าเสียหายให้กลุ่มเกษตรกรที่รับผลกระทบ และคดีดังกล่าวกำลังจะขึ้นสู่ขั้นศาลฎีกา
“ทางกลุ่มฯ ยังต้องการสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ เพราะเป็นพรรคที่สนับสนุนมาตลอด มีความรัก มีความศรัทธา ทั้งนายชวน หลีกภัย นายอภิสิทธิ์ และชื่นชอบสส.หลายคนของพรรคฯ ซึ่งกลุ่มฯพร้อมที่จะสนับสนุนผู้สมัครของพรรคทุกๆคนต่อไป ไม่ว่าจะเป็นผู้ใด ยกเว้นครอบครัวอ่อนละมัย จึงไม่อยากให้พรรคฯสนับสนุนคนของครอบครัวอ่อนละมัย เป็นตัวแทนพรรคฯลงสมัครสส.ในพื้นที่อีกต่อไป ด้วยพฤติกรรมที่รังแก ฉ้อโกงประชาชนและไม่รับผิดชอบ” น.ส.เสาวนีย์ กล่าว



