สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 21 พ.ค. ว่า เมิร์ซระบุในจดหมายถึงบรรดาผู้นำอียู ว่ายูเครนอาจได้รับสถานะใหม่เป็น “สมาชิกสมทบ” ซึ่งจะอนุญาตให้เจ้าหน้าที่รัฐยูเครนสามารถเข้าร่วมการประชุมสุดยอด และการประชุมระดับรัฐมนตรีของอียูได้ แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงใด ๆ

นอกจากนี้ ผู้นำเยอรมนียังเสนอให้ประเทศสมาชิกอียู “ให้คำมั่นสัญญาทางการเมือง” ในการบังคับใช้ข้อกำหนดการช่วยเหลือซึ่งกันและกันของกลุ่มกับยูเครน เพื่อสร้างหลักประกันความมั่นคงที่สำคัญ

อนึ่ง นักวิเคราะห์หลายคนกล่าวว่า เส้นทางที่ชัดเจนสู่การเป็นสมาชิกอียู อาจมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ในการโน้มน้าวในชาวยูเครนยอมรับข้อตกลงสันติภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากยูเครนไม่สามารถควบคุมดินแดนทั้งหมด หรือเข้าร่วมองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ตามที่มีการคาดการณ์อย่างกว้างขวาง

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยุโรปโต้แย้งว่า การที่ยูเครนจะได้รับสมาชิกภาพเต็มรูปแบบในอียู ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านั้น เป็นเรื่องที่ “ไม่สมจริง” แม้มีการกำหนดปี 2570 ไว้ในแผนสันติภาพ 20 ข้อที่หารือกันระหว่างสหรัฐ ยูเครน และรัสเซีย ก็ตาม

ทั้งนี้ ข้อเสนอของเมิร์ซ แสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะ “หาทางออกที่ประนีประนอม” ระหว่างการเข้าเป็นสมาชิกอียูอย่างรวดเร็ว และสถานะปัจจุบันของยูเครน ในฐานะประเทศผู้สมัครในช่วงเริ่มต้นของกระบวนการ

“ข้อเสนอของผมสะท้อนถึงสถานการณ์พิเศษของยูเครน ซึ่งเป็นประเทศที่อยู่ในภาวะสงคราม โดยข้อเสนอนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกในการเจรจาสันติภาพที่ดำเนินอยู่ ตามส่วนหนึ่งของแนวทางการแก้ปัญหาความขัดแย้งผ่านการเจรจา ซึ่งมีความสำคัญต่อความมั่นคงของยูเครน และทั่วทั้งทวีป” เมิร์ซ ระบุในจดหมาย.

เครดิตภาพ : REUTERS