กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่ถูกพูดถึงอย่างมาก สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนักร้องสาวมากความสามารถ “วี-วิโอเลต วอเทียร์” ในพิธีเปิดการแข่งขันซีเกมส์ 2025 ซึ่งเดิมทีทีมงานตกลงให้ลิปซิงค์ แต่กลับเกิดความผิดพลาดในการประสานงาน จนทำให้มีการเปิดไมค์ร้องสดในขณะที่เธอกำลังซิงค์ ส่งผลให้เสียงที่ออกมาไม่ตรงและกลายเป็นประเด็นว่าร้องเพี้ยน ตามที่ข่าวได้นำเสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุด วี วิโอเลต ได้มาเปิดใจในงานมอบรางวัล 2025 Thailand Headlines Person of the year โดยยอมรับถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นและวิธีการก้าวข้ามผ่านเรื่องราวที่กระทบต่ออาชีพและศักดิ์ศรีของตนเอง ซึ่งเธอเผยว่า “สำหรับเรื่องซีเกมส์ ก็คือแวบแรกตกใจ รู้สึกว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ควรจะเป็น และด้วยความสามารถของเรา ด้วยเทคนิคมันไม่ควรจะเกิดสิ่งนี้ขึ้น ถ้าเราใช้ความสามารถเราจริงๆ มันจะไม่เป็นแบบนี้เลย แวบแรกเสียใจมาก แต่แวบที่สองก็มานั่งคิดว่ามันเกิดอะไรขึ้น และมันเกิดไปแล้ว เราทำอะไรได้บ้าง โฟกัสอะไรดี และเราเห็นว่าทุกคนออกมาซัพพอร์ตเรามากๆ ขอบคุณทุกกำลังใจมากๆ ก็เลยข้ามสิ่งที่เกิดขึ้นไปเลย และโฟกัสกับสิ่งที่ดีดีกว่า

แล้ววีมารู้ตัวว่าเกิดข้อผิดพลาดก็ตอนลงมาแล้วค่ะ คือบนเวทีก็มั่นมาก เชื่อว่าฉันซิงค์เนียนมาก (หัวเราะ) แต่ด้วยความที่เป็นศิลปิน การซิงค์มันก็ไม่ใช่สิ่งที่เราอยากจะออกมายอมรับเท่าไหร่ แต่พอมันเกิดสิ่งนี้ขึ้น เราก็อยากปกป้องตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้น และตอนอยู่บนเวทีเราก็ได้ยินแต่เสียงที่มันอัดมาแล้ว เป็นดนตรีกับเสียงที่อัดมาแล้ว เราไม่ได้ยินเสียงตัวเองสดเลย และในราชมังฯ ก็ไม่ได้เปิดเสียงสดออกมาเลย เราก็เลยคิดว่าซิงค์อยู่ เราก็ร้องซิงค์ไป ไม่ได้ตั้งใจร้องด้วย ก็บ้อๆ แบ้ๆ ออกไป งับให้คำตรงพอ แล้วพอลงมาแล้วถึงมาย้อนดูว่าเป็นยังไงบ้าง ถึงได้ยินว่าเขาเปิดไมค์สำหรับไลฟ์สตรีม ก็เลยตกใจ

แต่สุดท้ายก็ให้ทางผู้ใหญ่เขาคุยกันว่า จะแก้ไขปัญหายังไงได้บ้าง เขาก็ขอโทษเข้ามานะคะ เราก็เข้าใจเขานะ มันไม่มีใครอยากให้เกิดสิ่งนี้ขึ้นหรอกค่ะ แต่มันเป็นการตกลงกันตั้งแต่แรกว่าจะซิงค์ เพราะมันเป็นงานใหญ่ และเขาก็รู้สึกว่าเพื่อความชัวร์สุด ด้วยเทคนิคหลายๆ อย่าง เขาก็เลยขอความร่วมมือซิงค์ ส่วนวีไม่ได้ดูดิ่งกับสิ่งที่เกิดขึ้น วีว่ามันเป็นรีแอคแรกและเราโกรธตัวเองมากกว่า ว่าทำไมเราไม่ร้องสดไปเลย อย่างน้อยถ้ามันออกมาไม่ดี มันก็เป็นความสามารถของเรา แต่อันนี้มันไม่ใช่แพลนของเราตั้งแต่แรก พอสุดท้ายเราก็ให้เกียรติถ้าเป็นไปตามนี้เราก็ยอมซิงค์

ซึ่งทางทีมงานเขาได้ชี้แจงค่ะ แต่หนูว่าข้ามไปเลย หนูไม่ได้อยากมาหาคนผิดแล้ว เพราะมันเกิดไปแล้ว และเราก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว เรื่องหลังบ้านก็ให้หลังบ้านเขาคุยกัน ส่วนเราก็กลับมาโฟกัสตัวเอง โฟกัสใจเราดีกว่า และก็งงมากกว่า สตรองเหมือนกันเนอะ เซอร์ไพร้ส์ตัวเองเหมือนกัน วันต่อมาเล่นมุกได้แล้ว ก็กลับมาดูแลตัวเองดีกว่า และขอบคุณทุกๆ กำลังใจมากๆ เลย ทั้งวงการเพลงลุกขึ้นมาปกป้องเรา เหมือนสิ่งที่มันเกิดขึ้นมันเกิดไปแล้วแน่ๆ แหละ ก็อยู่ที่เราว่าเราจะมองฝั่งไหน ถ้าเราไปมองแต่ตรงนั้น วีว่าวีคงเฮิร์ตหนักมากเหมือนกัน ก็เลยรู้สึกว่าเพื่อเซฟตัวเองมั้ง มองข้ามและมองสิ่งที่ดีที่เกิดขึ้นดีกว่า วีรู้สึกว่าวีได้รับความรัก ได้รับกำลังใจจากทุกๆ คน เยอะมากๆ เลยค่ะ

ถามว่าร้องไห้ไหม ก็มีร้อง มันเป็นไปไม่ได้หรอกว่า จะไม่ร้อง ก็ขนลุกนิดนึงพอเห็นสิ่งนี้ แต่วีว่ามันก็ไม่ใช่สิ่งที่ใครอยากให้เกิดขึ้น ทางคนจัดเองเขาก็ไม่ได้อยากให้มันเกิดขึ้นค่ะ วีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในครั้งนี้มันไม่ใช่แค่บทเรียนให้กับวีด้วยนะ แต่เป็นบทเรียนให้กับทุกๆ คนในสายงานอาชีพนี้เลย วีว่ามันเป็นการเรียนรู้สำหรับวีในอนาคต ในครั้งนี้วีไปในฐานะแขกรับเชิญ เพราะทีมที่ไปก็ไม่ใช่ทีมวีทั้งหมด มีประกบแค่วีคนเดียว ที่เหลือไม่ใช่ทีมของเราเลย

อนาคตเราก็เลยรู้แล้วว่าแม้เราจะไปเป็นแค่แขกรับเชิญ เราก็คงเอาทีมเราไปให้หมด เพื่อช่วยกันดีกว่า เพื่อเซฟตัวเองและแวบแรกเราก็เกรงใจเขานะ เราก็อยู่ในส่วนของเรา แต่ก็รู้สึกว่าอาจจะต้องมีคนที่นั่งในตำแหน่งของเราบ้าง ไม่ใช่ว่าจะไปกันเยอะหรือไปเกะกะใคร แต่แค่เพื่อเซฟตัวเราเอง สำหรับคนอื่นๆ วีก็ไม่รู้เหมือนกันว่าบทเรียนมันจะเป็นยังไงบ้าง และเสียดายที่ไม่เชื่อสัญชาตญาณตัวเอง แต่หลังจากเหตุการณ์ผ่านไปก็รู้สึกแข็งแรงมากขึ้น แข็งแรงตั้งแต่แรกด้วย วีว่าลึกๆ แล้วสิ่งที่มันเกิดขึ้นก็มีสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นอยู่ เราก็รู้สึกดีกับกำลังใจของทุกคนมากๆ และรู้สึกขอบคุณตัวเอง เธอเก่งมาก เธอร้องไห้แค่กี่ทีเอง ก็รู้สึกโอเค ส่วนพวกคอมเมนต์หยาบคายก็มีค่ะ เราก็แคปไว้ รอดูดีกว่า เข้ารอบเยอะไหม ก็รอดูแล้วกันค่ะ”