เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 ธ.ค. 2568 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย อดีต สส.อุบลราชธานี ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมของพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้ง ภายหลังมีการยุบสภาว่า เป็นการเตรียมการเลือกตั้งตามที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศไว้ เป็นไปตามแผน และขั้นตอนปกติตามแบบแผนในช่วงของการเลือกตั้ง โดยได้พูดคุยกับผู้สมัคร สส. เกี่ยวกับข้อปฏิบัติและข้อควรระวังต่างๆ แล้ว
โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวต่อว่า สำหรับการเลือกตั้งรอบนี้ พรรคภูมิใจไทยจะใช้สโลแกน “พูดแล้วทำ พลัส” ซึ่งยังคงยืนหยัดในอุดมการณ์และจุดยืนเดิม การเป็นพรรคที่เมื่อพูดแล้วจะต้องทำ และทำให้สำเร็จ ส่วนคำว่า “พลัส” เป็นการขยายความสิ่งที่พรรคได้พูดแล้วทำต่อไป เป็นการขยายแนวนโยบายทำให้พี่น้องประชาชนได้เห็นสิ่งที่พรรคทำสำเร็จมาแล้ว หรือสิ่งที่กำลังดำเนินการอยู่ในช่วงที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี 2 เดือนกว่าที่ผ่านมา
“พรรคภูมิใจไทย ยืนยันว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีความแตกต่างจากเดิม โดยมีการขยายแนวนโยบาย และมองประเทศให้ครบทุกมิติ ซึ่งนายอนุทิน ได้เคยกล่าวถึงแกนหลักของแนวคิด รวมถึงนโยบายของพรรคไว้แล้ว” โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าว
น.ส.แนน บุณย์ธิดา กล่าวด้วยว่า ช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้สนใจเข้ามาร่วมเป็นสมาชิกพรรคและแจ้งความประสงค์จะลงสมัครรับเลือกตั้งในนามของพรรคเป็นจำนวนมาก แม้จะมีบางส่วนถูกเรียกว่าเป็น “บ้านใหญ่” แต่ยืนยันว่ามีผู้ที่สนใจจากทุกกลุ่ม และทุกกลุ่มอาชีพ การที่หลายฝ่ายมองว่าพรรคมีผู้ที่เป็นบ้านใหญ่เข้าร่วมนั้น แสดงให้เห็นว่าพรรคมีความพร้อม ทั้งการทำงาน การลงพื้นที่ต่างๆ ได้แสดงให้เห็นแล้วมีความพร้อมในการทำงานและการดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างไร
เมื่อถามว่า ประมาณการจำนวนที่นั่ง สส. ที่พรรคคาดว่าจะได้รับ โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ต้องย้อนไปฟังคำสัมภาษณ์ของหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ขณะนี้ตัวเลขที่กล่าวถึงเป็นเพียงการประมาณการเท่านั้น ไม่ได้มาจากพรรคเพียงฝ่ายเดียว แต่มาจากหลายพื้นที่และสื่อต่าง ๆ ด้วย ยืนยันว่าจะทำผลงานให้ดีที่สุดในทุกพื้นที่
เมื่อถามถึง การเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า จะได้ข้อสรุป และจะมีการเปิดตัวในเร็ว ๆ นี้อย่างแน่นอน การคัดเลือกแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ไม่จำกัดเฉพาะแคนดิเดตนายกฯ พรรคจะเลือกจากผลการทำงานและประสบการณ์ในด้านต่าง ๆ โดยเปิดโอกาสให้ทุกท่านที่มีความสามารถในการทำงานในด้านต่าง ๆ และสิ่งสำคัญที่สุด คือทุกคนต้องพร้อมทำงาน สำหรับแคนดิเดต 2 คน ที่ถูกกล่าวถึงก่อนหน้านี้ก็ยังต้องรอการสรุปอีกครั้ง
เมื่อถามถึง สถานการณ์การหาเสียง น.ส.แนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า ยอมรับว่าไม่กล้าที่จะระบุถึงจังหวัดใดจังหวัดหนึ่งในภาคอีสานอย่างเฉพาะเจาะจง โดยเหตุการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่เกิดขึ้นในช่วงเลือกตั้งนี้ ครอบคลุมพื้นที่หลายจังหวัด ทั้งโซนภาคอีสานใต้ และภาคตะวันออกด้วย นับเป็นเหตุการณ์ครั้งแรก
“ต้องยอมรับว่ามีข้อจำกัดอยู่บ้างในการหาเสียง แต่ปัจจุบันการเข้าถึงประชาชนไม่ได้จำกัดอยู่แค่การติดป้ายหาเสียงแล้ว แต่สามารถเข้าถึงได้ผ่านสื่อออนไลน์ทุกอย่าง” น.ส.แนน บุณย์ธิดา กล่าว.



