เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงสถานการชายแดนด้าน จ.สุรินทร์ โดยเฉพาะที่ชายแดนปราสาทตาควาย และเนิน 350 ที่มีการปะทะหนักที่สุดตลอดหลายวันที่ผ่านมา เนื่องจากกัมพูชาต้องการยึดคืน โดยเวลา 06.20 น. กระสุนปืนใหญ่ไทยได้เริ่มยิงทหารกัมพูชา ทิ้งระยะห่างนานครั้ง จากนั้นเริ่มเงียบผิดปกติ ต้องรอติดตามสถานการณ์ในช่วงสายอีกครั้ง คาดว่ากำลังวางแผนและเตรียมกำลังอยู่

ขณะที่ชายแดน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ โดยเฉพาะชายแดนช่องจอม ยังไม่พบเสียงปืนดังขึ้นและยังเงียบอยู่เช่นกัน ขณะที่เมื่อคืนที่ผ่านมา ชุด ชรบ. ซึ่งอยู่ติดกับตลาดชายแดนช่องจอม สังเกตพบโดรนปริศนา ที่คาดว่าจะเป็นของกัมพูชา บินเข้ามาประมาณ 5 ลำ มีไฟกะพริบอย่างชัดเจน ซึ่งชุด ชรบ. สามารถถ่ายคลิปไว้ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับศพทหารไทย 2 ศพ ที่เสียชีวิตระหว่างการสู้รบที่เนิน 350 คือ จ.ส.อ.สำเริง คลังประโคน สังกัดกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 ชาว อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ และพลทหารภาณุพัฒน์ เสาร์สา สังกัดกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 ชาว อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ และยังไม่สามารถนำศพกลับมาได้
โดยล่าสุด พบศพพลทหารภาณุพัฒน์ แล้ว ในพื้นที่สู้รบ บริเวณเนิน 350 หลังจากทหารกัมพูชา ยึดอาวุธ และนำศพมาวางไว้ให้เห็นในพื้นที่สู้รบดังกล่าว ซึ่งต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ มีโอกาสสูงที่อาจเป็นกลวงของทหารกัมพูชา ด้วยการนำศพทหารไทยมาวางให้เห็นเพื่อล่อให้ทหารไทยเข้าไปเก็บศพก่อนโจมตี ซึ่งจะต้องวางแผนอย่างรอบคอบและเข้มงวดในขณะนี้ ขณะที่ศพของ จ.ส.อ.สำเริง ยังไม่พบแต่อย่างใด อยู่ระหว่างที่ทหารไทยค้นหา ท่ามกลางพื้นที่สู้รบที่ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างรัดกุมเป็นอย่างยิ่ง

นอกจากสถานการณ์ที่กำลังระอุในพื้นที่ชายแดนแล้ว แนวหลังที่อพยพ ที่อาศัยอยู่ตามศูนย์พักพิงต่างๆ ในพื้นที่ จ.สุรินทร์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและจิตอาสา ก็เข้าไปช่วยเหลือดูแลในทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะในเรื่องของสภาพจิตใจ ทำให้วงดนตรีกันตรึมจิตอาสา คนรุ่นใหม่ ได้เข้าไปเปิดทำการแสดงวงดนตรีกันตรึม ให้ผู้อพยพที่พักพิงอยู่ในวัดแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ได้ชมฟรี เพื่อเป็นการเยียวยาจิตใจและลดความเครียดให้กับผู้ประสบภัยสงคราม

โดยพบว่าผู้อพยพต่างพากันลุกไปเต้นรำหน้าเวทีกันอย่างสนุกสนาน รวมทั้งเด็กๆ ก็พากันไปยืนเต้นอยู่บนเวทีด้วย ส่วนผู้สูงอายุก็นั่งดูด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นอย่างยิ่ง ท่ามกลางสภาวะสงครามที่เกิดขึ้น



