เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ กล่าวภายหลังการหารือกับนายโมเตกิ โทชิมิตสึ รมว.ต่างประเทศญี่ปุ่น และนายไอซาวะ อิชิโร ประธานและสมาชิกกลุ่มมิตรภาพรัฐสภา ญี่ปุ่น-ไทย ว่า ญี่ปุ่นห่วงใยต่อสถานการณ์สู้รบระหว่างไทยกับกัมพูชา และไม่อยากให้บานปลาย พร้อมทั้งเสนอว่าหากมีอะไรที่พอจะเข้ามาช่วยได้บ้าง เขาก็ยินดี แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมาไกล่เกลี่ย ซึ่งตนได้ยืนยันว่าไทยอยากจะหาทางยุติโดยสันติวิธี ไม่ได้ประสงค์ที่จะให้เกิดการสู้รบขึ้น แต่ตอนนี้ขึ้นอยู่กับฝ่ายกัมพูชาที่ต้องแสดงเจตนาจะคลี่คลายสถานการณ์ก่อน เพราะหลายเรื่องมีจุดเริ่มต้นมาจากฝ่ายกัมพูชาที่พยายามบ่ายเบี่ยงการเจรจา พูดอย่างแต่ทำอีกอย่าง และหากฝ่ายกัมพูชาประสงค์ให้หยุดยิง ก็ต้องเสนอมาและต้องแสดงให้เห็นว่าจริงใจและจริงจังในเรื่องนี้ซึ่งฝ่ายญี่ปุ่นเข้าใจ และอยากให้สถานการณ์คลี่คลาย เพราะญี่ปุ่นเป็นห่วงผลกระทบต่อภาคเอกชนของญี่ปุ่นที่เข้าไปลงทุนในไทยและกัมพูชา

นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม การจะหยุดยิงหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่จะต้องคุยกันในรายละเอียดกับฝ่ายทหารของไทยด้วย ว่าจะต้องเริ่มต้นอย่างไร มีอะไรเป็นสัญญาณ หรือจะต้องมีมาตรการอะไรบ้าง ซึ่งหากจะพูดถึงการหยุดยิง ไม่ใช่แค่การประกาศเท่านั้น แต่จะต้องมีการพูดคุยระหว่างฝ่ายทหารโดยตรง ต้องมีการกําหนดมาตรการ ว่าจะดําเนินการอย่างไรและจะตรวจสอบอย่างไร ซึ่งเป็นสิ่งที่ไทยได้สื่อสารออกไปและหากใครต้องการนําสิ่งที่ไทยต้องการสื่อสารออกไปให้กัมพูชาได้ก็ยินดี
“วันก่อนผู้แทนระดับสูง ด้านการต่างประเทศของสหภาพยุโรป โทรศัพท์มาหาผม ด้วยความห่วงใย และเขาบอกผมว่าฝ่ายกัมพูชาบอกว่าพร้อมหยุดยิงโดยไม่มีเงื่อนไข แล้วฝ่ายไทยมีท่าทีอย่างไร ผมก็บอกว่าเราเพิ่งได้ยินเรื่องนี้ครั้งแรก ไม่เห็นฝ่ายกัมพูชาแจ้งเรามาเลย แต่ไปบอกประเทศอื่น ซึ่งจะกลายเป็นว่าไทยเป็นอุปสรรค แต่ความจริงนั้นไม่ใช่ ดังนั้นเราต้องคุยกับกัมพูชาให้รู้เรื่องว่าเขามีท่าทีอย่างไร ถ้าเขาพร้อมหยุดยิง ก็เสนอมาก่อน และแสดงความจริงใจให้เราเห็น จากนั้นเขาต้องเป็นฝ่ายเริ่มก่อน บอกเราว่าต้องการเจรจา อยู่ดีๆ ไม่ใช่การหยุดยิงจะเกิดขึ้นได้เลย ต้องมีการเจรจาว่ามีเงื่อนไขอย่างไร มีมาตรการอย่างไร”นายสีหศักดิ์ กล่าว
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ระหว่างที่ตนเดินทางมาเยือนญี่ปุ่น นายหวัง อี้ รมว.ต่างประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้โทรศัพท์มาหาตน โดยแสดงความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จึงอยากเห็นสถานการณ์คลี่คลาย และบอกว่าจะมีผู้แทนพิเศษด้านกิจการในภูมิภาค เดินทางมา หากเราอยากจะให้จีนช่วยอะไร ก็บอกมา เพราะจีนเป็นมิตรกับทั้ง 2 ประเทศ แต่จีนไม่ประสงค์มาแทรกแซง ขณะที่ตนชี้แจงต่อฝ่ายจีนว่าไทยไม่ได้ประสงค์ให้เกิดการสู้รบ และปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากท่าทีของกัมพูชา โดยจะเห็นตั้งแต่กรณีเกิดทุ่นระเบิดใหม่ในพื้นที่ชายแดนของไทย แต่กัมพูชาปฏิเสธ และสถานการณ์ที่นำไปสู่การปะทะก็เกิดจากการยั่วยุในพื้นที่ ซึ่งหลังจากตนชี้แจงแล้ว ทางจีนก็เข้าใจ และได้ประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อขอส่งผู้แทนพิเศษมาพูดคุย โดยจะพูดคุยกับปลัดกระทรวงการต่างประเทศ จากนั้นคงจะไปคุยกับฝ่ายกัมพูชา แต่ขณะนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน
เมื่อถามถึงกรณีที่ยังมีข้อสงสัยเรื่องอาวุธที่กัมพูชาใช้ เป็นของจีน นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า จีนบอกแล้วว่าไม่มีนโยบายจัดส่งอาวุธให้ประเทศใดโดยเฉพาะหลังจากที่มีความขัดแย้งแล้ว เพราะจะทำให้สถานการณ์แย่ลง ซึ่งตนก็บอกฝ่ายจีนว่ามีหลักฐานจากอาวุธที่ถูกทหารไทยยึดมาได้ เป็นอาวุธที่ทําในจีน แต่เขาบอกว่าเขาไม่ได้ส่งอาวุธ หลังจากที่เกิดความขัดแย้ง ส่วนในเรื่องอาวุธที่จีนส่งให้นั้น เป็นเรื่องความร่วมมือปกติที่มีกับทั้ง 2 ประเทศ



