เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. ที่ศูนย์แถลงข่าวร่วม สถานการณ์ไทย-กัมพูชา สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก (รองโฆษก ทบ.) กล่าวถึงสถานการณ์การสู้รบในพื้นที่เนิน 350 ซึ่งถือเป็นยุทธภูมิสำคัญ ว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นจุดที่ฝ่ายกัมพูชาเข้ายึดครองมาเป็นระยะเวลานาน ทำให้มีการสร้างแนวตั้งรับและที่มั่นทางทหารอย่างแข็งแรง ส่งผลให้การเข้ายึดพื้นที่คืนของฝ่ายไทยมีความยากลำบาก จากการประเมินสถานการณ์พบว่า ฝ่ายกัมพูชาใช้ยุทธวิธีระดมยิงด้วยอาวุธหนัก ทั้งจรวด บีเอ็ม-21 ปืนใหญ่ และอาวุธยิงสนับสนุนระยะไกล ก่อนใช้โดรนอากาศยานไร้คนขับติดระเบิดเข้ามาโจมตีซ้ำ ทำให้การตั้งรับและการรุกคืบของกำลังพลไทยต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างต่อเนื่อง
พ.อ.ริชฌา กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม กองทัพบกยืนยันว่า กำลังพลยังคงมีขวัญกำลังใจดี และมีการเตรียมการรับมืออย่างรอบคอบ เพื่อเสริมความมั่นคงและเดินหน้าปฏิบัติการยึดคืนพื้นที่ตามแผนที่กำหนดไว้ แม้จะไม่ใช่ภารกิจที่ง่ายก็ตาม สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะภูมิประเทศและที่มั่นของฝ่ายตรงข้าม ซึ่งอาจมีการขุดคูเพลาะหรือดัดแปลงเป็นอุโมงค์นั้น เป็นข้อมูลด้านการข่าวที่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกได้ แต่ยืนยันว่าพื้นที่ดังกล่าวมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์อย่างยิ่ง
พ.อ.ริชฌา กล่าวอีกว่า ในส่วนกระแสข่าวบนสื่อสังคมออนไลน์ที่ฝ่ายกัมพูชาเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่ในพื้นที่ ขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณ และรับข้อมูลอย่างรอบด้าน ขณะเดียวกัน ในพื้นที่ปอยเปต ซึ่งเป็นอีกจุดที่มีการช่วงชิงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง กองทัพไทยได้ใช้กำลังทางอากาศสนับสนุนการโจมตีเป้าหมายทางทหาร เพื่อสร้างความได้เปรียบในทางยุทธวิธี โดยย้ำว่าทุกการปฏิบัติการผ่านการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน มุ่งเฉพาะเป้าหมายทางทหาร และไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนหรือพลเรือนโดยเด็ดขาด กองทัพไทยยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศและหลักมนุษยธรรมอย่างเคร่งครัด พร้อมเดินหน้าปกป้องอธิปไตยของชาติอย่างเต็มกำลัง



