ขับรถออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ มุ่งหน้าขึ้นดอยสุเทพ ไม่นานนัก เสียงเมืองค่อยๆ จางหาย เหลือเพียงร่มเงาของป่าใหญ่ที่ทำหน้าที่หล่อเลี้ยงเมืองแห่งนี้มาเนิ่นนาน ทั้งในฐานะแหล่งต้นน้ำ แหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ และพื้นที่พักใจของผู้คน ผืนป่าแห่งนี้ไม่ได้อยู่ไกลตัว หากคือ ‘ป่าหลังบ้าน’ ของเชียงใหม่ และวันนี้ เส้นทางเดินป่าบนยอดดอยปุยกำลังถูกพัฒนาให้ปลอดภัย เดินง่าย และช่วยให้ผู้มาเยือนได้เข้าใจธรรมชาติอย่างใกล้ชิดมากขึ้น

บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group โดยมูลนิธิไทยรักษ์ป่า ได้ปรับปรุง‘เส้นทางศึกษาธรรมชาติยอดดอยปุย’ จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมจัดทำจุดเริ่มต้นเส้นทางหรือ Trail Head ระเบียงชมวิว และป้ายสื่อความหมายธรรมชาติตลอดแนว ก่อนส่งมอบให้แก่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อใช้เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเรียนรู้ระบบนิเวศของป่าดิบเขาภาคเหนือได้อย่างใกล้ชิด

โดยมี ‘สมเกียรติ สุทธิวานิช’ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานบัญชีและการเงิน EGCO Group และรองประธานกรรมการมูลนิธิไทยรักษ์ป่า เป็นผู้แทนส่งมอบเส้นทางให้แก่นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยมีนายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมเป็นสักขีพยาน

สมเกียรติกล่าวว่า EGCO Group ทำงานด้านความยั่งยืนบนแนวคิดที่ว่า ‘ต้นทางดี จะก่อกำเนิดผลลัพธ์ปลายทางที่ดี’ จึงให้ความสำคัญกับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ชุมชน และสังคมตั้งแต่ต้นน้ำ ผ่านการสนับสนุนการทำงานของมูลนิธิไทยรักษ์ป่า ซึ่งทำหน้าที่อนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้ำและความหลากหลายทางชีวภาพมาแล้วกว่า 23 ปี

หนึ่งในงานหลักของมูลนิธิฯ คือการพัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติให้ได้มาตรฐาน เพื่อให้ป่าทำหน้าที่เป็นห้องเรียนธรรมชาติสำหรับคนทุกวัย โดยในช่วงปี 2558-2567 มูลนิธิไทยรักษ์ป่าได้ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติฯ พัฒนาและปรับปรุงเส้นทางศึกษาธรรมชาติแล้ว 10 เส้นทาง ในอุทยานแห่งชาติ 4 แห่ง ครอบคลุม 3 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช และชัยภูมิ

สำหรับเส้นทางศึกษาธรรมชาติยอดดอยปุยที่ได้รับการปรับปรุงในปี 2568 ถูกออกแบบให้เดินง่ายขึ้น ปลอดภัยขึ้น และกระทบธรรมชาติน้อยที่สุด เส้นทางทั้งหมดแบ่งออกเป็น 3 เส้นทางย่อย ระยะทางไป-กลับประมาณ 5-8 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 2.5–5 ชั่วโมง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก ได้แก่ Trail Head จำนวน 4 จุด ระเบียงชมวิว 3 จุด และป้ายสื่อความหมายธรรมชาติรวม 24 ป้าย เพื่อช่วยอธิบายเรื่องป่า ระบบนิเวศ และความสำคัญของพื้นที่ต้นน้ำตลอดทาง

เส้นทางแรก คือ เส้นทางศึกษาธรรมชาติยอดดอยปุย จาก Trail Head ยอดดอยปุยไปยังดอยหัวหมู ระยะทางไป-กลับ 4.9 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 3.5 ชั่วโมง เส้นทางนี้เหมาะสำหรับผู้ที่อยากเข้าใจป่าต้นน้ำบนพื้นที่สูง และชมวิวเมืองเชียงใหม่จากมุมสูง

เส้นทางที่สอง คือ เส้นทางศึกษาธรรมชาติมรกต จาก Trail Head มรกตไปยังดอยหัวหมู ระยะทางไป-กลับ 4.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 2.5 ชั่วโมง เหมาะสำหรับการเดินป่าเบา ๆ ดูนก และใช้เวลาพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ

ส่วนเส้นทางที่สาม คือ เส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะไกล จาก Trail Head ยอดดอยปุย ผ่านดอยหัวหมู ไปยังบ้านขุนช่างเคี่ยน ระยะทางไป-กลับ 7.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 5 ชั่วโมง มีความลาดชัน เหมาะสำหรับผู้ที่ร่างกายแข็งแรง เส้นทางนี้เชื่อมโยงการเรียนรู้ธรรมชาติเข้ากับวิถีชีวิตของชุมชน โดยปลายทางคือบ้านขุนช่างเคี่ยน ชุมชนชาวม้งที่มีชื่อเสียงด้านการชมดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือซากุระเมืองไทย

“เส้นทางศึกษาธรรมชาติยอดดอยปุยเปรียบเสมือน “เส้นทางป่าหลังบ้านของเมืองเชียงใหม่” เพราะเป็นพื้นที่เรียนรู้ธรรมชาติที่อยู่ใกล้คนเมือง นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสทั้งความสวยงามของป่าและเข้าใจบทบาทของป่าดิบเขาภาคเหนือที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของผู้คน ซึ่งจะนำไปสู่ความตระหนักในการช่วยกันดูแลทรัพยากรธรรมชาติและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว”  สมเกียรติกล่าว

ด้าน ‘อรรถพล เจริญชันษา’ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติฯ EGCO Group และมูลนิธิไทยรักษ์ป่า ในการพัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2551 เพื่อให้ประชาชนสามารถท่องเที่ยวและเรียนรู้ธรรมชาติได้อย่างปลอดภัย พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อตอบโจทย์การพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม