เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีนายสรวงศ์ เทียนทอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย น.ส. ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ อดีต รมช.มหาดไทย, น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล อดีต สส.บัญชีรายชื่อ, นายสุรเกียรติ เทียนทอง อดีต สส.บัญชีรายชื่อ และว่าที่ผู้สมัคร สส.สระแก้ว พรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมายังโรงแรมโอดินา อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว เพื่อรับฟังปัญหา และพูดคุยกับภาคธุรกิจ หาแนวทางแก้ไขและการเยียวยาประชาชน

โดยนายจุลพันธ์ กล่าวว่า รัฐบาลปัจจุบันโฟกัสเรื่องเลือกตั้งมากกว่าการแก้ไขปัญหาของประชาชนตามชายแดน ซึ่งตนเห็นว่าพื้นที่ชายแดนที่โดนปิดด่าน ส่งผลกระทบภาคธุรกิจอย่างหนัก เพราะไม่สามารถส่งออกได้ ซึ่งมาตรการการช่วยเหลือภาคธุรกิจนั้น ตนเห็นว่า ต้องมีความเหมาะสม และไม่ควรใช้ตามเกณฑ์เดิม เพราะผลกระทบครั้งนี้ต่อภาคธุรกิจถือว่ารุนแรง

“พรรคเพื่อไทยพยายามอย่างยิ่งที่ไม่ให้เกิดการปะทะ เพราะคนที่เชียร์ไม่รู้ว่าคนชายแดนจะทรมานแค่ไหน ไม่มีสงครามไหนจบด้วยกระสุน ผมห่วงท่าทีรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย เพราะยังไม่มีแนวโน้มจะเดินหน้าไปสู่การเจรจาเพื่อจบปัญหา หลายคนต้องมานอนตามวัด ไม่มีใครมีความสุข เรารับทราบปัญหา และจะนำเรื่องนี้เพื่อไปหาทางออกให้เป็นรูปธรรม ยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยต้องการคืนความปกติให้เร็วที่สุด” นายจุลพันธ์ กล่าว

ด้านนายสรวงศ์ กล่าวว่า วันนี้เพื่อไทยไม่ได้มาหาเสียง แต่เพื่อไทยต้องการมารับฟังปัญหา และข้อเสนอจากประชาชนโดยตรง เพื่อนำไปจัดทำนโยบายให้ครอบคลุมทุกมิติ เพราะปัญหาที่สระแก้วรอบนี้ถือว่ากระทบหนัก ทั้งในส่วนภาคประชาชนและภาคธุรกิจที่เจอปัญหาปิดด่านชายแเดน

“ผมพยายามอย่างยิ่งที่จะผลักดันเรื่องปัญหาของสระแก้วเข้าไปในรัฐสภา เพื่อหาทางออกให้ประชาชน จริงๆแล้วสระแก้วคือพื้นที่ที่มีศักยภาพแต่ต้องมาเจอปัญหาอย่างสงคราม” นายสรวงศ์ กล่าว

ช่วงหนึ่งตัวแทนหอการค้าจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า หลังจากการปิดด่านชายแดน เหมือนเป็นทางตันของภาคธุรกิจ เพราะสูญเสียโอกาสที่จะดำเนินการธุรกิจส่งออก 

ผู้ประกอบการยังเสริมว่า เงินเยียวยาครั้งก่อนเพียง 2,000 บาทนั้น ไม่เพียงพอต่อผลกระทบที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ยังเกิดกระทบไปยังภาคส่วนอื่นๆ เช่น เด็กนักเรียนได้รับผลกระทบ ทำให้เด็กที่สระแก้วต้องเสียเปรียบจังหวัดอื่นในแง่พัฒนาการด้านการศึกษา ในส่วนการฟื้นฟู รัฐบาลต้องมีมาตรการเยียวยาทั้งภาคธุรกิจ โดยเฉพาะรายย่อยที่ขาดเงินทุนหมุนเวียน รัฐบาลควรเติมสภาพคล่องเพื่อให้ธุรกิจขนาดเล็กกลับมายืนได้อีกครั้ง

ขณะที่ตัวแทนฝ่ายปกครองในพื้นที่การสู้รบ ระบุว่า วันนี้ภาคธุรกิจเสียโอกาสในการส่งสินค้าไปยังกัมพูชา นอกจากนี้คู่ค้าจากกัมพูชาไม่สามารถจ่ายค่าสินค้าที่เคยส่งออกไปทำให้เกิดภาระค่าใช้จ่าย จากสินค้าที่ไม่สามารถส่งออกมานานหลายเดือน

ทั้งนี้ ประชาชนตามแนวชายแดนรู้สึกไม่มั่นคง เพราะไม่รู้ว่าระเบิดจะลงตอนไหน จึงอยากให้เรื่องนี้จบ และอยากให้ภาครัฐออกมาให้ความชัดเจนเรื่องการเยียวยา