เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 68 นายศิริวัฒน์ แสงฉวี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา–หมู่เกาะพีพี เปิดเผยถึงเหตุการณ์ระทึกกลางทะเล หลังได้รับคลิปวิดีโอจากอาสาสมัครเครือข่ายกรีนการ์เดียน ซึ่งบันทึกภาพจากโดรน ขณะเรือหางยาวนำเที่ยวลำหนึ่งแล่นฝ่ากลาง “แม่–ลูกพะยูน” ที่กำลังว่ายหากินหญ้าทะเลอยู่บริเวณอ่าวทึง ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่
ในคลิปปรากฏภาพสุดหวาดเสียว เรือแล่นเข้าใกล้พะยูนอย่างอันตราย ในบริเวณเดียวกับจุดที่อุทยานแห่งชาติฯ ได้วางทุ่นชะลอความเร็วไว้เพื่อคุ้มครองสัตว์ทะเลหายาก โดยหลังจากเรือแล่นผ่าน แม่และลูกพะยูนได้ดำน้ำหายไป สร้างความกังวลว่าอาจได้รับอันตราย
หลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติฯ ได้เร่งเข้าตรวจสอบพื้นที่ทันที ผลการตรวจสอบพบพะยูนครบทุกตัวตามที่มีการเฝ้าระวังไว้ ไม่พบบาดแผลหรืออาการบาดเจ็บ และได้เคลื่อนตัวออกจากบริเวณดังกล่าวไปยังแนวน้ำลึกแล้ว ยืนยันว่าแม่–ลูกพะยูนทั้ง 2 ตัวปลอดภัยดี

นายศิริวัฒน์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้ออกสำรวจสัตว์ทะเลหายากประจำเดือน ตามนโยบายของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พบพะยูน (Dugong dugon) จำนวน 2 ตัว เป็นแม่และลูก ในบริเวณอ่าวทึงเช่นเดียวกัน โดยจากการประเมินสุขภาพเบื้องต้น พะยูนทั้งสองตัวมีสภาพร่างกายสมบูรณ์ ระดับความสมบูรณ์ของร่างกาย (BCS) อยู่ที่ 3 จาก 5 แม่พะยูนมีอัตราการหายใจ 2 ครั้งใน 5 นาที ส่วนลูกพะยูนมีอัตราการหายใจ 4 ครั้งใน 5 นาที
หัวหน้าอุทยานฯ ระบุว่า อ่าวทึงเป็นแหล่งหญ้าทะเลสำคัญ และเป็นพื้นที่ที่มีเรือสัญจรจำนวนมาก เนื่องจากเป็นจุดท่าเรือ จึงมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับพะยูน อุทยานฯ จึงได้วางทุ่นชะลอความเร็ว พร้อมประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยวและชาวประมง ให้ลดความเร็วและเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ

เบื้องต้น อุทยานแห่งชาติฯ ได้บันทึกข้อมูลเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ และประสานสมาคมเรือหัวโทงในพื้นที่ เพื่อติดตามผู้ควบคุมเรือที่ปรากฏในคลิปมาสอบถามข้อเท็จจริง หากพบว่ามีการฝ่าฝืนมาตรการ หรือขับเรือด้วยความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดในเขตคุ้มครองพะยูน จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการ นักท่องเที่ยว และผู้ใช้เส้นทางทางทะเลทุกคน ช่วยกันปกป้อง “พะยูน” สัตว์สงวนใกล้สูญพันธุ์ และสัญลักษณ์แห่งท้องทะเลอันดามัน เพื่อให้คงอยู่คู่ธรรมชาติอย่างยั่งยืน



