เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. นายวิโรจน์ ศรีสังข์ นายกเทศมนตรีตำบลสีมามงคล ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ส.อ. กฤษณธร เลิศสำโรง นายอำเภอปากช่อง ได้นั่งรถไฟจากสถานีปางอโศกมายังสถานีกลางดง พร้อมด้วย นายจิรศักดิ์ อ่วมอุไร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครราชสีมา, นายธีระยุทธ์ ภิรมย์กิจ หัวหน้ากองเทคนิคบำรุงทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อเดินทางมายังบริเวณจัดงาน “รำลึกตำนาน เล่าขานตราแผ่นดิน หลักหินรัชกาลที่ 5” เพื่อเอาฤกษ์เอาชัยก่อนเป็นประธานเปิดงานแสดงแสง สี เสียง เล่าขานประวัติศาสตร์การสร้างทางรถไฟสายแรกจากกรุงเทพฯ–นครราชสีมา

การจัดงานดังกล่าวเป็นโครงการ “1 อำเภอ 1 อัตลักษณ์” จุดเช็กอินท่องเที่ยวแห่งใหม่ของ จ.นครราชสีมา กำหนดจัดงาน 3 วัน ระหว่างวันที่ 19-21 ธ.ค. 68 ณ บริเวณมอหลักหินรัชกาลที่ 5 ต.กลางดง อ.ปากช่อง (ริมถนนมิตรภาพ ตรงข้ามฟาร์มโชคชัย 1)

นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า เทศบาลตำบลสีมามงคล ร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครราชสีมา, บริษัท ปากช่องทวีภัณฑ์ จำกัด และสวนดอกไม้ ร่วมกันจัดงานนี้ขึ้นเพื่อรำลึกตำนานการสร้างทางรถไฟที่ฝ่าผืนป่าดงพญาไฟในอดีต ซึ่งเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2433 สืบสานตำนานมายาวนานกว่า 135 ปี โดยพื้นที่มอหลักหินรัชกาลที่ 5 แห่งนี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สร้างทางรถไฟขึ้นในประเทศไทย จากสถานีกรุงเทพไปยังเมืองนครราชสีมา การก่อสร้างต้องผ่านอุปสรรคมากมาย ทั้งสภาพภูมิประเทศที่เป็นภูเขาและโรคไข้ป่า ทำให้คนงานทั้งชาวจีนและชาวอีสานเจ็บป่วยล้มตายเป็นจำนวนมาก

ความทราบถึงพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) จึงได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการก่อสร้างเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2441 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อจาก “ดงพญาไฟ” เป็น “ดงพญาเย็น” นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่าความศักดิ์สิทธิ์เมื่อครั้งตัดต้นไม้ใหญ่ที่ขวางเส้นทางไม่ได้ จึงรับสั่งให้อัญเชิญตราแผ่นดินประทับบนต้นไม้ก่อนจะโค่นลงได้สำเร็จ

เมื่อการก่อสร้างถึงบริเวณระหว่างสถานีปางอโศกและกลางดง กรมรถไฟได้จัดสร้างศิลาจารึกเป็นอนุสรณ์ในคราวเสด็จพระราชดำเนินถึงปลายราง กม.ที่ 165 (แก้ไขจากเดิมที่พิมพ์ กม.1) และจารึกข้อความว่า “ที่หมายในการที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จทอดพระเนตรปลายทางรางรถไฟทำถึงที่นี้ เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม รัตนโกสินทร์ศก 117” ซึ่งครบรอบ 127 ปีในปีนี้ จึงได้จัดงานนี้ขึ้นเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสืบไป